English
Chinese
Japanese

ฟีโรโมนนำทางของปลวกอยู่ได้นานแค่ไหน? ทำไมปลวกจึงกลับมาใช้เส้นทางเดิม

ฟีโรโมนนำทางของปลวกอยู่ได้นานแค่ไหน? ทำไมปลวกจึงกลับมาใช้เส้นทางเดิม

หากรื้อท่อทางเดินดินของปลวกออกจากผนัง แล้วพบว่าอีกไม่นานปลวกกลับมาสร้างใหม่ในบริเวณเดิม หลายคนอาจสงสัยว่า ปลวกจำเส้นทางได้ หรือกลิ่นที่มันทิ้งไว้ยังคงทำงานอยู่กันแน่

คำตอบคือ ฟีโรโมนนำทางมีส่วนสำคัญต่อการจัดระเบียบการเดินและการระดมสมาชิกไปยังแหล่งอาหาร แต่คำว่า “กลิ่นปลวกอยู่ได้นานหนึ่งปี” ต้องอธิบายอย่างระมัดระวัง เพราะตัวเลขนี้มาจากการทดลองกับปลวกชนิดหนึ่งและพื้นผิวแบบหนึ่ง ไม่ใช่กฎที่ใช้ได้กับปลวกทุกชนิดหรือทุกอาคาร


คำตอบสั้น ๆ: ฟีโรโมนนำทางของปลวกอยู่ได้นานหนึ่งปีจริงหรือไม่

มีหลักฐานว่า “ร่องรอยเคมีบางองค์ประกอบ” ที่ปลวกใต้ดินตะวันออก Reticulitermes flavipes ทิ้งไว้ในหลอดแก้ว สามารถคงผลต่อพฤติกรรมได้นานอย่างน้อยหนึ่งปี

อย่างไรก็ตาม หลักฐานดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า

  • ฟีโรโมนทุกชนิดของปลวกคงอยู่หนึ่งปี
  • ปลวกใต้ดินทุกชนิดให้ผลเหมือนกัน
  • กลิ่นจะอยู่ได้นานเท่ากันบนดิน คอนกรีต ไม้ สี หรือวัสดุก่อสร้างทุกชนิด
  • การขูดเชลเตอร์ทิวบ์ออกแล้วปลวกจะกลับมาที่เดิมเสมอ
  • ร่องรอยกลิ่นทำให้ปลวกผ่านแนวป้องกันที่สมบูรณ์ได้

ข้อความที่แม่นยำกว่าคือ

การทดลองกับ R. flavipes พบสัญญาณตามรอยที่มีทั้งองค์ประกอบอายุสั้นและองค์ประกอบคงทนมาก โดยองค์ประกอบคงทนยังมีผลในหลอดแก้วหลังผ่านไปอย่างน้อยหนึ่งปี

ฟีโรโมนนำทางคืออะไร

เมื่อสมาชิกที่ออกหาอาหารพบทรัพยากรเหมาะสม มันสามารถปล่อยสารจากต่อมสเทอร์นัลบริเวณด้านล่างของส่วนท้องลงบนพื้นผิวระหว่างเดินกลับ เส้นทางนี้กระตุ้นให้เพื่อนร่วมรังเดินตามและช่วยระดมกำลังไปยังแหล่งอาหาร

ฟีโรโมนจึงไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกทางที่เปิดหรือปิดเพียงอย่างเดียว ความเข้มของสัญญาณ จำนวนปลวกที่เดินซ้ำ สภาพของแหล่งอาหาร และบริบทของอาณาจักร ล้วนเปลี่ยนการตอบสนองของสมาชิกได้

งานทบทวนด้านฟีโรโมนปลวกอธิบายว่า สารชนิดเดียวกันหรือสารผสมใกล้เคียงกันอาจสื่อข้อมูลต่างกันตามชนิดปลวก ปริมาณ และสถานการณ์ Mitaka และ Akino, 2021

งานทดลองที่มาของคำว่า “อย่างน้อยหนึ่งปี” พบอะไร

หลักฐานโดยตรงมาจากงานของ Christina D. Runcie ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Chemical Ecology เมื่อปี 1987 ไม่ใช่รายงานของ Thorne ปี 1998 ตามที่มักถูกอ้างต่อกันมา

Runcie ใช้การทดลองแบบให้ปลวกเลือกเส้นทางในหลอดแก้ว และเปรียบเทียบร่องรอยที่เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ต่างกัน ผลการทดลองบ่งชี้ว่าระบบตามรอยของ R. flavipes มีมากกว่าหนึ่งองค์ประกอบ ได้แก่

  • องค์ประกอบที่ระเหยเร็ว ซึ่งผลลดลงภายในประมาณ 15 นาที
  • องค์ประกอบที่คงทนมาก ซึ่งยังตรวจพบผลต่อพฤติกรรมหลังผ่านไปอย่างน้อยหนึ่งปีในหลอดแก้วที่เคยเชื่อมกับรังเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

งานเดียวกันยังพบว่า เส้นทางซึ่งเกิดขึ้นหลังปลวกพบอาหารมีความน่าดึงดูดและคงอยู่นานกว่าเส้นทางของปลวกที่ถูกนำออกจากบริบทของรัง

เส้นทางหาอาหารซึ่งสร้างโดยตัวงาน 15 ตัวยังมีผลหลังผ่านไป 24 ชั่วโมง ขณะที่รอยจากปลวก 50 ตัวซึ่งถูกนำมาให้เดินผ่านหลอดตามกันคงผลเพียงประมาณ 5 นาที Runcie, 1987

ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่า “จำนวนปลวกที่เดินผ่าน” ไม่ใช่ตัวกำหนดความคงทนเพียงอย่างเดียว สถานการณ์และหน้าที่ของเส้นทางก็มีผลด้วย


แล้วทำไมเชลเตอร์ทิวบ์จึงมักกลับมาอยู่ในแนวเดิม

เชลเตอร์ทิวบ์ หรือท่อทางเดินดิน เป็นทางเดินปิดที่ช่วยให้ปลวกใต้ดินรักษาความชื้น ลดการสัมผัสแสงและศัตรู รวมถึงเชื่อมพื้นที่หาอาหารกับดินหรือส่วนอื่นของระบบทางเดิน

หากปลวกกลับมาสร้างท่อใกล้ตำแหน่งเดิม อาจมีหลายปัจจัยทำงานร่วมกัน เช่น

  • ยังมีรอยทางเคมีหรือมีปลวกเดินมาเสริมสัญญาณอย่างต่อเนื่อง
  • รอยแตก รอยต่อ หรือช่องงานระบบเป็นเส้นทางที่ผ่านได้ง่าย
  • ตำแหน่งเดิมมีความชื้นและอุณหภูมิเหมาะสม
  • มีไม้หรือวัสดุเซลลูโลสอยู่บริเวณปลายทาง
  • โครงสร้างบางส่วนของท่อเดิมยังหลงเหลืออยู่
  • ระบบอุโมงค์ใต้ดินเดิมยังเชื่อมต่อกับบริเวณนั้น

ดังนั้น การพบเชลเตอร์ทิวบ์สร้างซ้ำเป็นหลักฐานว่าควรตรวจต่อ แต่ไม่สามารถใช้ยืนยันจากการมองเห็นเพียงอย่างเดียวว่า “ฟีโรโมนหนึ่งปี” เป็นสาเหตุ และไม่สามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นปลวกอาณาจักรเดิมหรืออาณาจักรใหม่


การรื้อท่อทางเดินออกเท่ากับกำจัดปลวกแล้วหรือไม่

ไม่เท่ากัน การขูดท่อออกอาจช่วยให้ตรวจการสร้างซ้ำและติดตามกิจกรรมได้ แต่โดยทั่วไปไม่ได้กำจัดอาณาจักรหรือระบบอุโมงค์ใต้ดิน

เมื่อพบเชลเตอร์ทิวบ์ ควรบันทึกตำแหน่ง ถ่ายภาพ ตรวจว่ามีปลวกมีชีวิตอยู่ภายในหรือไม่ และสำรวจความชื้น จุดสัมผัสดิน รอยแตก งานระบบ และไม้ที่อยู่ใกล้เคียง

ไม่ควรใช้เพียงการหายไปของท่อทางเดินเป็นหลักฐานยืนยันว่าการระบาดสิ้นสุดลงแล้ว

ความคงทนของเส้นทางเกี่ยวข้องกับแนวป้องกันสารเคมีอย่างไร

หลักสำคัญของการใช้สารป้องกันปลวกทางดินคือ ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับงานนั้นและดำเนินการตามฉลาก เพื่อสร้างเขตดินที่ผ่านการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในตำแหน่งที่กำหนด

การเว้นบริเวณรอบท่อ รอยต่อ หรือจุดที่เข้าถึงยาก อาจทำให้การป้องกันไม่สมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรอธิบายว่าปลวกพบช่องว่างเพราะตามฟีโรโมนเดิมได้ทันทีเสมอไป ปลวกใต้ดินมีทั้งการสำรวจอุโมงค์ การตอบสนองต่อความชื้น โครงสร้างดิน รอยแตก และสัญญาณจากเพื่อนร่วมรัง

ช่องว่างจึงเป็นความเสี่ยงจากการที่แนวป้องกันไม่ต่อเนื่อง ไม่ใช่ผลจากฟีโรโมนเพียงปัจจัยเดียว

หน่วยงาน EPA ของสหรัฐฯ ระบุว่า การใช้สารป้องกันปลวกทางดินอย่างไม่ถูกต้องอาจไม่สามารถปกป้องโครงสร้างได้ และแนะนำให้ดำเนินการโดยผู้ผ่านการฝึกอบรม พร้อมปฏิบัติตามฉลากอย่างเคร่งครัด US EPA

สำหรับประเทศไทย ต้องใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตสำหรับวัตถุประสงค์ดังกล่าว ปฏิบัติตามฉลากภาษาไทย และให้ผู้มีความรู้ประเมินรูปแบบอาคาร ดิน จุดงานระบบ ประวัติการรักษา และความเสี่ยงต่อผู้ใช้อาคารก่อนดำเนินการ


สถานีเหยื่อล่อใช้ประโยชน์จากการตามรอยอย่างไร

สถานีตรวจหรือสถานีเหยื่อล่อที่ติดตั้งในดินไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กเรียกปลวกจากระยะไกล ปลวกต้องพบสถานีระหว่างการออกหาอาหารก่อน

เมื่อพบแหล่งเซลลูโลสแล้ว การเดินกลับและการสื่อสารภายในอาณาจักรสามารถช่วยระดมสมาชิกเพิ่มมายังจุดนั้นได้

ระบบเหยื่อที่ขึ้นทะเบียนมักใช้วัสดุเซลลูโลสร่วมกับสารออกฤทธิ์ช้า เพื่อเปิดโอกาสให้ปลวกกินและนำกลับไปแลกเปลี่ยนภายในกลุ่ม การทำงานจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่

  • การค้นพบสถานี
  • การยอมรับและกินเหยื่อ
  • ฤดูกาลและสภาพอากาศ
  • ความชื้นในดิน
  • ชนิดของปลวก
  • ตำแหน่งและจำนวนสถานี
  • ความสม่ำเสมอในการตรวจติดตาม

แนวทางทดสอบประสิทธิภาพเหยื่อของ EPA จึงให้ความสำคัญกับการกำหนดพื้นที่หาอาหาร การยืนยันว่าแต่ละสถานีเชื่อมกับอาณาจักรใด การตรวจเป็นรอบ และการติดตามต่อหลังการควบคุม ไม่ใช่เพียงฝังสถานีแล้วรอผล EPA Guideline 810.3800

เมื่อพบเส้นทางเดิมซ้ำ ผู้ตรวจสอบควรทำอะไร

  1. ทำเครื่องหมายและถ่ายภาพเชลเตอร์ทิวบ์ก่อนแตะต้อง
  2. ตรวจว่ามีปลวกมีชีวิตอยู่ภายในหรือไม่
  3. เก็บปลวกทหารหรือตัวอย่างเพื่อช่วยระบุชนิดเมื่อทำได้
  4. ทำแผนที่แนวท่อทั้งภายในและภายนอกอาคาร
  5. ตรวจความชื้น รอยรั่ว รางน้ำ ระดับดิน และไม้ที่สัมผัสดิน
  6. ตรวจรอยต่อพื้น–ผนัง รอยแตกร้าว ช่องท่อ และจุดเจาะผ่านโครงสร้าง
  7. ทบทวนประวัติการใช้สารและตำแหน่งที่อาจดำเนินการได้ไม่ครบ
  8. หากใช้สถานีเหยื่อ ให้บันทึกการพบปลวก การกิน และสภาพวัสดุทุกครั้ง
  9. ประเมินผลจากหลักฐานหลายด้าน ไม่ใช้การหายไปของท่อเพียงอย่างเดียว
  10. ตรวจติดตามระยะยาว เพราะกิจกรรมปลวกเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและสภาพแวดล้อม

สนใจผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำด้านการควบคุมปลวก

การเห็นเชลเตอร์ทิวบ์เพียงเส้นเดียวไม่ได้บอกทั้งหมดว่าอาคารมีปลวกกี่จุด ระบบทางเดินเชื่อมกันอย่างไร หรือควรเลือกแนวป้องกันทางดิน สถานีเหยื่อ การรักษาเฉพาะจุด หรือการแก้ไขโครงสร้าง

Green Best Product สามารถช่วยพิจารณาข้อมูลหน้างาน เช่น ชนิดอาคาร จุดสัมผัสดิน ความชื้น รอยต่อ งานระบบ ประวัติการรักษา และข้อจำกัดของบ้าน โรงงานอาหาร ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียน คลังสินค้า และอาคารเชิงพาณิชย์ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์หรือแนวทาง IPM ให้เหมาะกับความเสี่ยงจริง

ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดต้องใช้ตามฉลากและข้อกำหนดของกฎหมาย ไม่ควรเพิ่มความเข้มข้น ผสมสาร หรือวางสถานีโดยอาศัยข้อมูลทั่วไปจากบทความเพียงอย่างเดียว

สรุป

  1. หลักฐานเรื่องร่องรอยคงทนอย่างน้อยหนึ่งปีมาจาก R. flavipes ในหลอดแก้ว ไม่ใช่กฎของปลวกทุกชนิดและทุกพื้นผิว
  2. ระบบตามรอยอาจประกอบด้วยสัญญาณอายุสั้นและสัญญาณคงทน ซึ่งทำหน้าที่ต่างกันตามบริบท
  3. การสร้างเชลเตอร์ทิวบ์ซ้ำอาจเกี่ยวข้องกับรอยทางเคมี แต่ยังมีรอยแตก ความชื้น อาหาร และทางเดินใต้ดินเดิมร่วมด้วย
  4. การรื้อท่อออกไม่เท่ากับกำจัดอาณาจักร
  5. แนวป้องกันทางดินต้องดำเนินการให้ต่อเนื่องตามฉลาก โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อและงานระบบ
  6. สถานีเหยื่อไม่ได้เรียกปลวกจากระยะไกล ปลวกต้องค้นพบสถานีก่อน
  7. การตรวจซ้ำและบันทึกข้อมูลเป็นหัวใจของการควบคุมปลวกระยะยาว


คำถามที่พบบ่อย

ฟีโรโมนนำทางของปลวกอยู่ได้นานหนึ่งปีทุกชนิดหรือไม่

ยังสรุปเช่นนั้นไม่ได้ หลักฐานหนึ่งปีเป็นผลจาก Reticulitermes flavipes ในหลอดแก้วภายใต้การทดลองเฉพาะ จึงไม่ควรใช้แทนปลวกทุกชนิดหรือพื้นผิวทุกแบบ

ขูดเชลเตอร์ทิวบ์ออกแล้วปลวกจะหายหรือไม่

ไม่จำเป็น ท่อเป็นเพียงส่วนที่มองเห็นของระบบทางเดิน การขูดออกเหมาะสำหรับช่วยติดตามการสร้างซ้ำ แต่ไม่ได้กำจัดอุโมงค์ใต้ดินหรืออาณาจักรโดยตัวมันเอง

ปลวกที่กลับมาจุดเดิมเป็นอาณาจักรเดิมหรือไม่

อาจใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ ต้องอาศัยตัวอย่าง การระบุชนิด การทำแผนที่ และในงานวิจัยอาจต้องใช้เครื่องหมายหรือข้อมูลพันธุกรรม จึงไม่ควรตัดสินจากตำแหน่งท่อเพียงอย่างเดียว

สถานีเหยื่อล่อสามารถดึงปลวกจากระยะไกลได้หรือไม่

โดยทั่วไปไม่ควรมองว่าสถานีเป็นตัวล่อจากระยะไกล ปลวกต้องพบสถานีระหว่างการหาอาหารก่อน ตำแหน่ง จำนวนสถานี และการตรวจติดตามจึงมีผลต่อความสำเร็จ

ทำไมช่องว่างเล็ก ๆ ในแนวป้องกันจึงสำคัญ

เพราะจุดที่ไม่ได้รับการปฏิบัติตามฉลากอาจเป็นบริเวณที่แนวป้องกันไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะรอบท่อ รอยต่อ และรอยแตก แต่การพบเส้นทางผ่านไม่ได้เกิดจากฟีโรโมนเพียงปัจจัยเดียว

เอกสารอ้างอิง

  1. Runcie, C. D. (1987). Behavioral evidence for multicomponent trail pheromone in the termite, Reticulitermes flavipes (Kollar) (Isoptera: Rhinotermitidae). Journal of Chemical Ecology, 13(9), 1967–1978. https://doi.org/10.1007/BF01014679
  2. Mitaka, Y., & Akino, T. (2021). A review of termite pheromones: Multifaceted, context-dependent, and rational chemical communications. Frontiers in Ecology and Evolution, 8, 595614. https://doi.org/10.3389/fevo.2020.595614
  3. Mizumoto, N., Kobayashi, K., & Matsuura, K. (2015). Emergence of intercolonial variation in termite shelter tube patterns and prediction of its underlying mechanism. Royal Society Open Science, 2, 150360. https://doi.org/10.1098/rsos.150360
  4. U.S. Environmental Protection Agency. (2004). Product Performance Test Guidelines OPPTS 810.3800: Methods for Efficacy Testing of Termite Baits (EPA 712-C-04-371). เอกสารแนวทางฉบับเต็ม
  5. U.S. Environmental Protection Agency. (2025). Termites: How to Identify and Control Them. Updated October 21, 2025. ข้อมูลการป้องกันและควบคุมปลวก

สนใจสั่งซื้อหรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

บริษัท กรีน อะโกรซายน์ จำกัด

Web: www.greenbestproduct.com
โทรศัพท์ : 02-374-7118-9, 02-377-9580, 02-377-2488, 02-375-1995
Hotline : 081-421-8517, 081-905-6566

      
Visitors: 643,383