จากปลวกเพียง 2 ตัวสู่อาณาจักรหลักพัน: จุดเริ่มต้นของ Zootermopsis angusticollis
จากปลวกเพียง 2 ตัวสู่อาณาจักรหลักพัน: จุดเริ่มต้นของ Zootermopsis angusticollis
ใต้เปลือกไม้ที่เปียกชื้น ห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่งกำลังถูกปิดจากโลกภายนอก ภายในนั้นยังไม่มีปลวกงาน ไม่มีทหาร และไม่มีสมาชิกนับพันตัว มีเพียงปลวกตัวสืบพันธุ์สองตัวที่เพิ่งสลัดปีกและเลือกกันเป็นคู่
ทั้งสองต้องขุดห้อง ปิดทางเข้า หาอาหาร ดูแลกัน และเลี้ยงลูกชุดแรกด้วยตัวเอง หากผ่านช่วงเปราะบางนี้ไปได้ ห้องเล็ก ๆ ดังกล่าวอาจค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นระบบโพรงที่มีสมาชิกนับร้อยหรือนับพันตัวในเวลาหลายปี
นี่คือจุดเริ่มต้นของ Zootermopsis angusticollis หรือ Pacific dampwood termite ปลวกไม้ชื้นขนาดใหญ่จากชายฝั่งแปซิฟิกของทวีปอเมริกาเหนือ ชีวิตของมันแสดงให้เห็นว่าอาณาจักรแมลงสังคมไม่ได้เริ่มต้นด้วยความยิ่งใหญ่ แต่เริ่มจากคู่ผู้ก่อตั้งซึ่งมีโอกาสล้มเหลวได้ทุกเมื่อ

คำตอบสั้น ๆ: อาณาจักร Zootermopsis angusticollis เริ่มต้นอย่างไร
อาณาจักรใหม่เริ่มจากปลวกตัวสืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมียซึ่งออกบินจากรังเดิม เมื่อจับคู่แล้วจะเข้าไปในรอยแตกหรือช่องใต้เปลือกไม้ชื้น ขุดห้องขนาดเล็กและปิดทางเข้าด้วยวัสดุจากไม้และมูล
จากนั้นราชินีจึงวางไข่ชุดแรกซึ่งมีจำนวนไม่มาก คู่ราชา–ราชินีต้องดูแลลูกระยะแรกด้วยตนเอง จนเมื่อลูกเติบโตขึ้นจึงเข้ามาช่วยขุดโพรง ดูแลรัง และแลกเปลี่ยนอาหาร ทำให้ราชินีสามารถจัดสรรพลังงานไปสู่การผลิตไข่มากขึ้น
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาหลายปี ไม่ได้เปลี่ยนจากปลวกสองตัวเป็นอาณาจักรหลักพันภายในเวลาอันสั้น
Zootermopsis angusticollis คือปลวกชนิดใด
Zootermopsis angusticollis มีชื่อสามัญว่า Pacific dampwood termite หรือ Pacific Coast dampwood termite ปัจจุบันจัดอยู่ในอันดับ Blattodea และมักจัดอยู่ในวงศ์ Archotermopsidae แม้เอกสารรุ่นเก่าจำนวนมากจะใช้ชื่อวงศ์ Termopsidae
ปลวกชนิดนี้มีถิ่นกระจายตามฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ โดยสัมพันธ์กับสภาพอากาศเย็นชื้นและไม้ที่มีความชื้นสูง เช่น ท่อนไม้ผุ ตอไม้ และส่วนของต้นไม้ที่กำลังย่อยสลาย
มันสร้างรังแบบ “one-piece nest” หมายถึงไม้ชิ้นเดียวกันทำหน้าที่เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร สมาชิกส่วนใหญ่จึงไม่จำเป็นต้องออกไปหาอาหารนอกไม้เหมือนปลวกใต้ดินหลายชนิด
ข้อมูลของ UC Statewide IPM อธิบายว่า ปลวกไม้ชื้นต้องการไม้ที่มีความชื้นสูง และเมื่อพบปัญหาในอาคาร การแก้แหล่งน้ำรั่วหรือความชื้นสะสมถือเป็นส่วนสำคัญของการจัดการ
ข้อควรระวัง: Z. angusticollis ไม่ใช่ชนิดที่ควรสรุปว่าเป็นปลวกประจำบ้านในประเทศไทย บทความนี้ใช้เป็นกรณีศึกษาทางชีววิทยา การระบุปลวกที่พบในประเทศไทยต้องตรวจตัวอย่างจริงและพิจารณาชนิดที่กระจายอยู่ในภูมิภาค
จุดแรกของอาณาจักรคือ “ห้องที่ตัดขาดจากโลกภายนอก”
หลังเลือกคู่ ตัวสืบพันธุ์จะมองหาช่องใต้เปลือก รอยแตก หรือส่วนที่อ่อนตัวของไม้ชื้น ทั้งคู่ร่วมกันขุดห้องเริ่มต้นหรือ founding chamber แล้วปิดช่องทางเข้าด้วยวัสดุที่ประกอบด้วยเศษไม้และมูล
การปิดทางเข้าช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่นิ่งขึ้น ลดการสูญเสียความชื้น และลดโอกาสที่ศัตรูหรือเชื้อก่อโรคจากภายนอกจะเข้าถึงคู่ผู้ก่อตั้งได้ง่าย
แต่การปิดตัวเองไว้ภายในไม้ก็หมายความว่า ทั้งคู่ต้องพึ่งพาทรัพยากรที่สะสมอยู่ในร่างกายและอาหารจากไม้รอบห้องอย่างเต็มที่
ช่วงนี้ยังไม่มีแรงงานมารับภาระแทน ราชาและราชินีจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงสืบพันธุ์ แต่ยังต้องช่วยกัน
- ขุดและซ่อมแซมห้องก่อตั้ง
- ดูแลความสะอาดของกันและกัน
- หาและย่อยอาหารจากไม้
- ดูแลไข่และลูกที่เพิ่งฟัก
- แลกเปลี่ยนอาหารและจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยเซลลูโลส
- ปกป้องลูกชุดแรกจากสภาพแวดล้อมและเชื้อโรค

ไข่ชุดแรกมีเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่การผลิตจำนวนมหาศาล
ข้อมูลที่เผยแพร่ทั่วไปมักระบุว่า ราชินีวางไข่ชุดแรกประมาณ 12 ฟองภายในไม่กี่สัปดาห์ ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นภาพได้ แต่ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นจำนวนตายตัวของทุกอาณาจักร
งานของ Brent และ Traniello ซึ่งย้อนอ้างการสังเกตของ Castle รายงานช่วงลูกชุดแรกเฉลี่ยประมาณ 6–22 ตัว ความแตกต่างอาจเกี่ยวข้องกับสภาพร่างกายของคู่ผู้ก่อตั้ง คุณภาพไม้ อุณหภูมิ ความชื้น และสภาพแวดล้อม
สาระสำคัญจึงไม่ใช่ว่าต้องมี 12 ฟองพอดี แต่คือการลงทุนครั้งแรกมีขนาดเล็กและมีความเสี่ยงสูง ลูกเพียงไม่กี่ตัวแต่ละตัวมีความหมายต่ออนาคตของอาณาจักรอย่างมาก
การศึกษาเรื่องอิทธิพลทางสังคมต่อระบบสืบพันธุ์ยังพบว่า เมื่อมีลูกวัยอ่อนเข้ามาช่วยงาน ราชินีสามารถเริ่มวางไข่เร็วขึ้น และในบางเงื่อนไขผลิตไข่ได้มากขึ้น เพราะลูกช่วยขุดรัง ดูแลกัน และแลกเปลี่ยนอาหาร Brent และ Traniello, 2001

วางไข่เป็นจังหวะ ไม่ได้เดินเครื่องเต็มกำลังตั้งแต่วันแรก
ราชินีระยะก่อตั้งมีทรัพยากรจำกัด จึงไม่สามารถผลิตไข่ต่อเนื่องในอัตราสูงเหมือนภาพจำของราชินีในอาณาจักรที่เจริญเต็มที่ได้ การผลิตไข่เกิดเป็นช่วงและมีระยะพัก โดยข้อมูลธรรมชาติรุ่นเก่าเชื่อมโยงจังหวะการวางไข่ชุดถัดไปกับฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม ประโยคว่า “ไข่ชุดที่สองจะถูกวางในฤดูใบไม้ผลิถัดไปเสมอ” ไม่ควรใช้เป็นกฎตายตัว เพราะช่วงเวลาจริงขึ้นอยู่กับภูมิอากาศ อุณหภูมิ คุณภาพของไม้ สภาพร่างกายของราชินี และศึกษาในธรรมชาติหรือห้องปฏิบัติการ
คำอธิบายที่รัดกุมกว่าคือ
ระยะแรกของอาณาจักรมีการวางไข่เป็นชุดและเติบโตอย่างช้า ๆ เมื่อสมาชิกรุ่นแรกโตพอที่จะช่วยงาน ภาระของคู่ผู้ก่อตั้งจะลดลงและกำลังการสืบพันธุ์จึงค่อยเพิ่มขึ้น
เหตุใดต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะมีสมาชิกหลักร้อย
ปลวกกลุ่มนี้ไม่ได้มีวรรณะงานแท้ที่แยกเส้นทางพัฒนาอย่างถาวรเหมือนปลวกชั้นสูงหลายกลุ่ม สมาชิกวัยอ่อนยังมีความยืดหยุ่นด้านพัฒนาการ และเป็นกำลังหลักในการกัดไม้ ขยายโพรง ดูแลลูก และป้อนอาหารให้สมาชิกอื่น
การเติบโตช่วงแรกจึงช้าเพราะต้องผ่านคอขวดหลายชั้น
- มีผู้ดูแลลูกเพียงราชาและราชินี
- ลูกชุดแรกมีจำนวนน้อย
- ลูกต้องใช้เวลาพัฒนาก่อนช่วยงานได้
- ไม้มีคุณค่าทางโภชนาการจำกัด โดยเฉพาะไนโตรเจน
- คู่ผู้ก่อตั้งและลูกระยะแรกไวต่อเชื้อโรค ความแห้ง และการรบกวน
- การผลิตไข่ต้องสมดุลกับกำลังที่อาณาจักรมีสำหรับดูแลลูก
เมื่อสมาชิกรุ่นแรกเริ่มรับงานขุด ทำความสะอาด และแลกเปลี่ยนอาหาร วงจรเชิงบวกจึงเกิดขึ้น มีผู้ช่วยมากขึ้น ราชินีลงทุนกับการสืบพันธุ์ได้มากขึ้น เกิดลูกเพิ่ม และกำลังของอาณาจักรขยายตาม
ตัวสืบพันธุ์สำรองไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อช่วยราชินีเสมอไป
ตัวสืบพันธุ์สำรองหรือ neotenic reproductives ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ช่วยราชินี” ที่ต้องเกิดขึ้นในทุกอาณาจักร แต่เป็นส่วนหนึ่งของความยืดหยุ่นทางสังคมของปลวก
เมื่อราชาหรือราชินีหลักตาย สูญหาย หรือโครงสร้างการสืบพันธุ์ของอาณาจักรเปลี่ยน สมาชิกบางตัวสามารถพัฒนาเป็นตัวสืบพันธุ์ทดแทนได้
ในบางอาณาจักรอาจมีตัวสืบพันธุ์ทดแทนหลายตัวเกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้กำลังผลิตไข่รวมสูงกว่าการพึ่งราชินีหลักเพียงตัวเดียว
งานพันธุศาสตร์ประชากรพบทั้ง
- อาณาจักรแบบ simple family ซึ่งมีคู่ผู้ก่อตั้งหลัก
- อาณาจักรแบบ extended family ซึ่งมีลูกหลานขึ้นมาทำหน้าที่สืบพันธุ์
- อาณาจักรแบบ mixed family ซึ่งอาจเกิดจากการรวมตัวของอาณาจักรต่างครอบครัว
งานภาคสนามที่ถูกนำมาทบทวนยังเคยรายงาน neotenics มากถึง 110 ตัวในอาณาจักรหนึ่ง แต่ “จำนวนที่ตรวจพบ” ไม่ได้หมายความว่าทุกตัวมีส่วนต่อการสืบพันธุ์อย่างมีประสิทธิผลเท่ากัน Booth และคณะ, 2012
ข้อมูลเก่าของ Castle (1934) ถูกอ้างต่อว่าประชากร Z. angusticollis อาจสูงได้ประมาณ 4,000 ตัว ตัวเลขนี้ควรใช้ในฐานะขนาดระดับสูงที่มีรายงาน ไม่ใช่ขนาดมาตรฐานของทุกอาณาจักร เพราะอาณาจักรภาคสนามจำนวนมากอาจมีขนาดเล็กกว่านั้นตามอายุและปริมาณไม้ที่รองรับ

ท่อนไม้หนึ่งท่อนอาจเริ่มต้นหลายอาณาจักร
ต้นไม้หรือตอไม้ที่เหมาะสมอาจมีห้องก่อตั้งจำนวนมากอยู่ใกล้กัน งานภาคสนามซึ่งนำไปสู่การทดลองของ Thorne และคณะกล่าวถึงการพบห้องอาณาจักรเริ่มต้นหลายร้อยห้องอยู่ใกล้กันบนลำต้นเดียว Journal of Animal Ecology
ในระยะแรก แต่ละคู่สามารถดำเนินชีวิตเป็นคนละอาณาจักรได้ แต่เมื่ออาณาจักรเติบโตและระบบโพรงขยายมาพบกัน ผลลัพธ์อาจไม่ได้จบด้วยการอยู่ข้างกันอย่างสงบเสมอไป
สิ่งที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- หลีกเลี่ยงหรือสร้างแนวกั้นระหว่างกัน
- เกิดการต่อสู้และมีสมาชิกตาย
- ตัวสืบพันธุ์ของฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายสูญหาย
- ผู้รอดชีวิตรวมตัวกันเป็นอาณาจักรเดียว
- ลูกหลานจากต่างครอบครัวอยู่ร่วมกันเป็น mixed-family colony
การศึกษาพันธุกรรมของ Z. angusticollis พบตัวอย่างอาณาจักรแบบ mixed family ซึ่งผู้วิจัยตีความว่ามีแนวโน้มเกิดจากการรวมอาณาจักร
ดังนั้น การกล่าวว่า “ไม้ท่อนเดียวมีหลายอาณาจักรได้” จึงถูกต้องสำหรับบางช่วงเวลา แต่ไม่ควรตีความว่าทุกอาณาจักรจะรักษาพรมแดนเดิมไว้ตลอดชีวิต

สิ่งที่เรื่องนี้บอกกับการตรวจปลวกในอาคาร
แม้ Z. angusticollis จะเป็นกรณีศึกษาจากอเมริกาเหนือ แต่หลักคิดเรื่องปลวกไม้ชื้นมีประโยชน์ต่อการสำรวจอาคารทุกภูมิภาค นั่นคืออย่ามองเฉพาะตัวปลวก แต่ต้องมองหาสภาพที่ทำให้ไม้ชื้นต่อเนื่องด้วย
ตำแหน่งเสี่ยงที่ควรสำรวจ ได้แก่
- วงกบประตูและหน้าต่างที่รับน้ำฝน
- ไม้ใต้หลังคาที่มีน้ำรั่ว
- พื้นหรือคานไม้ใกล้ห้องน้ำ
- ระเบียงและพื้นที่ติดแหล่งน้ำ
- เสาไม้หรือส่วนโครงสร้างที่สัมผัสดิน
- จุดที่ระบบปรับอากาศหรือท่อน้ำเกิดหยดน้ำ
- ไม้ที่ผุ อ่อนตัว มีเชื้อรา หรือมีความชื้นสะสม
การพบปลวกในไม้เปียกไม่ได้ทำให้เราทราบชนิดทันที และการพบหลายจุดไม่ได้ยืนยันว่าเป็นหลายอาณาจักรเสมอไป ต้องพิจารณาร่องรอย ตัวอย่างปลวก ความต่อเนื่องของชิ้นไม้ และสภาพความชื้นร่วมกัน
การควบคุมปลวกไม้ชื้นต้องเริ่มจากการควบคุมน้ำ
หากกำจัดปลวกแต่ปล่อยให้ไม้ยังเปียก ปัญหาพื้นฐานก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข แนวทาง IPM จึงควรเรียงลำดับดังนี้
- ระบุแหล่งความชื้น เช่น หลังคารั่ว รางน้ำเสีย ท่อรั่ว หรือการระบายอากาศไม่ดี
- ซ่อมจุดรั่วและทำให้ไม้แห้ง
- ประเมินความแข็งแรงของไม้โดยผู้มีความรู้ด้านโครงสร้างเมื่อจำเป็น
- นำไม้ที่เสียหายรุนแรงออกหรือเปลี่ยนใหม่
- แยกไม้จากดินและลดการสะสมเศษไม้ชื้นรอบอาคาร
- เก็บตัวอย่างปลวกเพื่อระบุชนิดก่อนเลือกวิธีควบคุม
- ใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์และวิธีที่ขึ้นทะเบียนตามฉลาก
- ตรวจติดตามทั้งกิจกรรมปลวกและค่าความชื้นหลังดำเนินการ
สนใจผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำด้านการควบคุมปลวก
การจัดการปลวกไม่ควรเริ่มจากชื่อผลิตภัณฑ์ แต่ควรเริ่มจากคำถามว่าเป็นปลวกชนิดใด อยู่ในไม้ส่วนไหน ความชื้นมาจากที่ใด โครงสร้างเสียหายมากเพียงใด และมาตรการเดิมเคยทำอะไรไปแล้ว
Green Best Product พร้อมให้คำแนะนำด้านการสำรวจและวางแนวทางควบคุมปลวกให้เหมาะกับพื้นที่จริง สำหรับบ้านพัก ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียน คลังสินค้า อาคารสำนักงาน และโรงงาน โดยพิจารณาทั้งชนิดปลวก โครงสร้างอาคาร ความปลอดภัยของผู้ใช้งาน และแผนติดตามผล
สำหรับปลวกไม้ชื้น การทำให้ไม้กลับมาแห้งและตัดแหล่งน้ำมักเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ เพราะสารกำจัดปลวกไม่สามารถซ่อมหลังคารั่ว แก้ท่อน้ำแตก หรือคืนความแข็งแรงให้ไม้ที่ผุเสียหายแล้วได้
สรุป: อาณาจักรใหญ่เริ่มจากช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด
เส้นทางของ Zootermopsis angusticollis เริ่มจากปลวกสองตัวในห้องไม้ชื้นขนาดเล็ก ลูกชุดแรกมีเพียงไม่กี่ตัว และต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะมีแรงงานเพียงพอให้อาณาจักรขยายอย่างจริงจัง
เมื่อลูกเริ่มช่วยงาน ราชินีจึงเพิ่มการลงทุนด้านการสืบพันธุ์ หากตัวสืบพันธุ์หลักสูญหาย ลูกหลานบางตัวอาจพัฒนาเป็นตัวสืบพันธุ์ทดแทน
เมื่อหลายอาณาจักรในท่อนไม้เดียวขยายมาพบกัน พวกมันอาจไม่ได้อยู่ข้างกันอย่างสงบตลอดไป แต่อาจแข่งขัน สูญเสียตัวสืบพันธุ์ หรือรวมกันเป็นครอบครัวที่ซับซ้อนกว่าเดิม
จากปลวกเพียงหนึ่งคู่สู่อาณาจักรระดับหลักพัน จึงไม่ใช่เรื่องของการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลสะสมของการอยู่รอด การช่วยงานของลูก ความยืดหยุ่นในการสืบพันธุ์ และสภาพไม้ชื้นที่รองรับชีวิตของทั้งอาณาจักร

คำถามที่พบบ่อย
Zootermopsis angusticollis เป็นปลวกไม้ชื้นหรือปลวกไม้แห้ง
เป็นปลวกไม้ชื้น ต้องอาศัยไม้ที่มีความชื้นสูงหรือกำลังผุ แตกต่างจากปลวกไม้แห้งซึ่งดำรงชีวิตในไม้ที่มีความชื้นต่ำกว่าได้
อาณาจักรเริ่มจากปลวกกี่ตัว
โดยทั่วไปเริ่มจากตัวสืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมียหนึ่งคู่ หลังการบินผสมพันธุ์และสลัดปีก
ราชินีวางไข่ชุดแรก 12 ฟองเสมอหรือไม่
ไม่เสมอ ตัวเลขประมาณ 12 เป็นค่าที่ถูกเผยแพร่บ่อย แต่งานที่อ้าง Castle รายงานลูกชุดแรกเฉลี่ยประมาณ 6–22 ตัว จำนวนจริงเปลี่ยนตามสภาพของคู่ผู้ก่อตั้งและสิ่งแวดล้อม
อาณาจักรมีสมาชิกได้ถึง 4,000 ตัวจริงหรือไม่
มีการอ้างรายงานขนาดสูงประมาณ 4,000 ตัว แต่ไม่ใช่ขนาดมาตรฐาน อาณาจักรจำนวนมากอาจมีประชากรต่ำกว่านั้นตามอายุและทรัพยากรภายในไม้
ตัวสืบพันธุ์สำรองเกิดขึ้นเมื่อใด
มักพัฒนาจากสมาชิกภายในอาณาจักรเมื่อราชาหรือราชินีหลักสูญหาย หรือเมื่อโครงสร้างการสืบพันธุ์เปลี่ยนไป ไม่ได้จำเป็นต้องเกิดในทุกอาณาจักร
ท่อนไม้เดียวมีหลายอาณาจักรได้หรือไม่
ได้ โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นที่มีคู่ผู้ก่อตั้งหลายคู่อยู่ใต้เปลือกเดียวกัน แต่เมื่ออาณาจักรเติบโตและระบบโพรงมาพบกัน อาจเกิดการแข่งขันหรือการรวมอาณาจักร
ภาพปลวกเพียงภาพเดียวยืนยันว่าเป็น Zootermopsis angusticollis ได้หรือไม่
ไม่สามารถยืนยันชนิดจากภาพประกอบได้ และปลวกชนิดนี้มีถิ่นหลักในอเมริกาเหนือ การระบุปลวกในประเทศไทยควรใช้ตัวอย่างจริง โดยเฉพาะปลวกทหารหรือแมลงเม่า และตรวจโดยผู้มีความรู้ด้านอนุกรมวิธาน
เอกสารอ้างอิง
-
Castle, G. B. (1934). The damp-wood termites of the western United States, genus Zootermopsis (formerly Termopsis). In C. A. Kofoid (Ed.), Termites and Termite Control (2nd ed., pp. 273–310). University of California Press. ข้อมูลหนังสือจาก Google Books
-
Rosengaus, R. B., Moustakas, J. E., Calleri, D. V., & Traniello, J. F. A. (2003). Nesting ecology and cuticular microbial loads in dampwood (Zootermopsis angusticollis) and drywood termites (Incisitermes minor, I. schwarzi, Cryptotermes cavifrons). Journal of Insect Science, 3(1), 31. https://doi.org/10.1093/jis/3.1.31
-
Brent, C. S., & Traniello, J. F. A. (2001). Social influence of larvae on ovarian maturation in primary and secondary reproductives of the dampwood termite Zootermopsis angusticollis. Physiological Entomology, 26(1), 78–85. https://doi.org/10.1046/j.1365-3032.2001.00221.x
-
Brent, C. S., Traniello, J. F. A., & Vargo, E. L. (2008). Benefits and costs of secondary polygyny in the dampwood termite Zootermopsis angusticollis. Environmental Entomology, 37(4), 883–888. https://doi.org/10.1093/ee/37.4.883
-
Booth, W., Brent, C. S., Calleri, D. V., Rosengaus, R. B., Traniello, J. F. A., & Vargo, E. L. (2012). Population genetic structure and colony breeding system in dampwood termites (Zootermopsis angusticollis and Z. nevadensis nuttingi). Insectes Sociaux, 59, 127–137. https://doi.org/10.1007/s00040-011-0198-2
-
Thorne, B. L., Breisch, N. L., & Haverty, M. I. (2002). Longevity of kings and queens and first time of production of fertile progeny in dampwood termite (Isoptera; Termopsidae; Zootermopsis) colonies with different reproductive structures. Journal of Animal Ecology, 71(6), 1030–1041. https://doi.org/10.1046/j.1365-2656.2002.00666.x — งานนี้ศึกษากับ Z. nevadensis และใช้ในบทความเพื่อการเปรียบเทียบระดับสกุล
-
University of California Statewide Integrated Pest Management Program. (2014). Drywood termites: Identification and management; see the dampwood termite comparison and management guidance. UC Agriculture and Natural Resources
-
GBIF Secretariat. Zootermopsis angusticollis (Hagen, 1858), accepted species; classification sourced from Catalogue of Life. GBIF species record
สนใจสั่งซื้อหรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
บริษัท กรีน อะโกรซายน์ จำกัด
โทรศัพท์ : 02-374-7118-9, 02-377-9580, 02-377-2488, 02-375-1995
Hotline : 081-421-8517, 081-905-6566




