English
Chinese
Japanese

นักวิจัยนับประชากรปลวกใต้ดินอย่างไร? เมื่อคำตอบไม่ใช่การนับทีละตัว

นักวิจัยนับประชากรปลวกใต้ดินอย่างไร? เมื่อคำตอบไม่ใช่การนับทีละตัว

หากถามว่าอาณาจักรปลวกใต้ดินหนึ่งอาณาจักรมีสมาชิกกี่ตัว คำตอบที่ซื่อตรงที่สุดคือ เราแทบไม่มีโอกาสเห็นสมาชิกทั้งหมดพร้อมกัน

ปลวกไม่ได้รวมตัวอยู่ในห้องขนาดใหญ่ที่เปิดออกมาแล้วนับได้ แต่กระจายอยู่ตามอุโมงค์ จุดหาอาหาร โพรงไม้ และศูนย์ประชากรหลายตำแหน่งใต้ดิน บางส่วนอาจอยู่ห่างจากจุดที่นักวิจัยวางสถานีตรวจหลายสิบเมตร ขณะที่ไข่ ตัวอ่อน ปลวกทหาร ตัวสืบพันธุ์ และปลวกงานก็ไม่ได้มีโอกาสเข้าสู่สถานีเก็บตัวอย่างเท่ากัน

นักวิจัยจึงไม่ได้ “นับปลวกทั้งรัง” โดยตรง แต่ใช้การเก็บตัวอย่างเพื่อประมาณจำนวนสมาชิกที่กำลังออกหากินและมีโอกาสหมุนเวียนผ่านจุดตรวจ วิธีหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ mark–release–recapture หรือเรียกสั้น ๆ ว่า mark–recapture

แนวคิดดูเรียบง่าย: จับปลวกมาทำเครื่องหมาย ปล่อยกลับเข้าสู่ระบบอุโมงค์ แล้วเก็บตัวอย่างใหม่เพื่อดูว่าปลวกที่มีเครื่องหมายกลับมาอยู่ในตัวอย่างมากน้อยเพียงใด แต่เบื้องหลังตัวเลขที่ได้ มีสมมติฐานและความไม่แน่นอนซ่อนอยู่หลายชั้น


คำตอบสั้น ๆ: Mark–recapture คืออะไร

Mark–recapture คือวิธีประมาณขนาดประชากร โดยใช้สัดส่วนระหว่างตัวที่ถูกทำเครื่องหมายกับตัวที่ไม่มีเครื่องหมายซึ่งพบในการจับตัวอย่างครั้งต่อมา

กระบวนการพื้นฐานมี 4 ขั้นตอน

  1. จับปลวกจากสถานีตรวจหรือแหล่งอาหาร
  2. ทำเครื่องหมายด้วยวิธีที่ตรวจสอบได้และรบกวนปลวกให้น้อยที่สุด
  3. ปล่อยปลวกที่มีเครื่องหมายกลับเข้าสู่เครือข่าย
  4. จับตัวอย่างรอบใหม่ แล้วเปรียบเทียบจำนวนปลวกมีเครื่องหมายกับปลวกไม่มีเครื่องหมาย

หลักคิดคือ หากตัวอย่างรอบใหม่มีปลวกที่ทำเครื่องหมายอยู่ในสัดส่วนสูง ประชากรที่หมุนเวียนอยู่ในระบบอาจมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่หากพบตัวมีเครื่องหมายเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับตัวไม่มีเครื่องหมาย ประชากรที่ออกหากินอาจมีขนาดใหญ่กว่า

ในรูปแบบอย่างง่าย แนวคิดนี้เขียนได้ว่า

จำนวนประชากรโดยประมาณ ≈ จำนวนที่ทำเครื่องหมาย × จำนวนที่จับรอบใหม่ ÷ จำนวนตัวมีเครื่องหมายที่จับกลับมาได้

ตัวอย่างเชิงสมมติ หากทำเครื่องหมายปลวก 1,000 ตัว แล้วปล่อยกลับ จากนั้นจับรอบใหม่ได้ 500 ตัว โดยมีปลวกที่ทำเครื่องหมายอยู่ 25 ตัว แบบจำลองอย่างง่ายจะให้ค่าประมาณ 20,000 ตัว

ตัวเลขนี้ใช้เพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น งานภาคสนามจริงอาจต้องเก็บตัวอย่างหลายรอบ ใช้แบบจำลองถ่วงน้ำหนัก และรายงานช่วงความไม่แน่นอนควบคู่กัน


สิ่งที่ตัวเลขกำลังนับ อาจไม่ใช่สมาชิกทั้งหมดของอาณาจักร

นี่คือจุดที่มักถูกสื่อสารคลาดเคลื่อน ค่าที่ได้จาก mark–recapture โดยทั่วไปสะท้อน foraging population หรือประชากรที่ออกหากินและมีโอกาสเชื่อมต่อกับระบบเก็บตัวอย่าง มากกว่าจะเป็นจำนวนสมาชิกทั้งหมดของอาณาจักรอย่างสมบูรณ์

สมาชิกบางกลุ่มอาจไม่เข้าสู่สถานีเลย เช่น

  • ไข่และตัวอ่อนที่อยู่ในศูนย์เลี้ยงดู
  • ราชา ราชินี และตัวสืบพันธุ์ทดแทน
  • ปลวกงานที่ทำหน้าที่อยู่ในส่วนอื่นของเครือข่าย
  • กลุ่มประชากรที่เชื่อมต่อกับสถานีเพียงเล็กน้อย
  • สมาชิกในเส้นทางที่หยุดใช้งานชั่วคราวตามฤดูกาล

ดังนั้น เมื่อพบข้อความว่า “อาณาจักรนี้มีปลวก 200,000 ตัว” เราควรอ่านต่อว่า ผู้วิจัยกำลังประเมินสมาชิกกลุ่มใด ใช้สถานีกี่จุด เก็บตัวอย่างช่วงไหน และคำนวณด้วยแบบจำลองอะไร

เหตุใดสัดส่วนตัวมีเครื่องหมายจึงใช้ประมาณประชากรได้

วิธีนี้อาศัยแนวคิดว่า หลังจากปล่อยกลับ ปลวกที่ทำเครื่องหมายจะกระจายและผสมอยู่ในประชากรเป้าหมาย หากการจับรอบใหม่เป็นตัวแทนที่ดี สัดส่วนตัวมีเครื่องหมายในตัวอย่างก็ควรใกล้เคียงกับสัดส่วนตัวมีเครื่องหมายในประชากรทั้งหมด

แต่คำว่า “หาก” มีความสำคัญมาก เพราะแบบจำลองต้องพึ่งสมมติฐานหลายข้อ

สมมติฐานหากไม่เป็นจริงอาจเกิดอะไรขึ้น
เครื่องหมายไม่หลุดและตรวจพบได้ จำนวนที่จับกลับอาจถูกนับต่ำเกินไป
การทำเครื่องหมายไม่เพิ่มการตาย ประชากรอาจถูกประมาณสูงเกินจริง
ตัวมีเครื่องหมายผสมกับกลุ่มเป้าหมาย หากยังกระจุกอยู่ใกล้จุดปล่อย ตัวอย่างอาจไม่เป็นตัวแทน
สมาชิกมีโอกาสถูกจับใกล้เคียงกัน ปลวกบางกลุ่มอาจถูกจับซ้ำง่ายกว่ากลุ่มอื่น
ประชากรไม่เปลี่ยนมากระหว่างรอบ การเกิด ตาย ย้ายเข้า และย้ายออกอาจบิดเบือนผล
จุดเก็บตัวอย่างเป็นอาณาจักรเดียวกัน การรวมปลวกต่างอาณาจักรทำให้ตัวเลขผิดความหมาย

ข้อจำกัดเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ Forschler และ Townsend รวมถึง Thorne และคณะ ตรวจสอบและตั้งคำถามต่อความแม่นยำของ mark–release–recapture ในปี 1996


ทำไมการจับครั้งที่สองจึงไม่ง่ายเหมือนสุ่มลูกบอลจากกล่อง

ถ้าประชากรปลวกเป็นลูกบอลที่อยู่ในกล่องปิด วิธีทำเครื่องหมายแล้วสุ่มใหม่คงตรงไปตรงมา แต่เครือข่ายปลวกใต้ดินเป็นระบบที่เคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ปลวกอาจเพิ่มหรือลดการเข้าใช้สถานีตามอุณหภูมิ ความชื้น ฤดูกาล คุณภาพอาหาร และการถูกรบกวน บางเส้นทางมีการจราจรหนาแน่น ขณะที่บางเส้นทางเชื่อมกับประชากรเพียงเล็กน้อย

ปลวกที่ถูกทำเครื่องหมายอาจไม่ได้กระจายอย่างสม่ำเสมอ หากส่วนใหญ่ยังคงอยู่ใกล้จุดปล่อย โอกาสจับกลับที่สถานีนั้นอาจสูงกว่าสถานีอื่น ทำให้ตัวอย่างดูเหมือนเป็นตัวแทนของอาณาจักร ทั้งที่จริงสะท้อนเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่าย

การจับปลวกทำเครื่องหมายกลับมาไม่ได้จึงมีความหมายได้หลายแบบ เช่น

  • ไม่มีปลวกเข้าสถานีในช่วงที่เก็บตัวอย่าง
  • ปลวกเปลี่ยนเส้นทาง
  • สถานีหยุดเชื่อมกับประชากรเดิม
  • ตัวมีเครื่องหมายกระจายไปยังพื้นที่อื่น
  • ประชากรลดลงจริง
  • จำนวนตัวอย่างไม่เพียงพอ

เพราะฉะนั้น การตีความว่า “จับไม่ได้เท่ากับประชากรเป็นศูนย์” จึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง

ตัวเลขจากอาณาจักรหนึ่ง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของปลวกทุกอาณาจักร

งาน mark–recapture ทำให้เห็นว่าประชากรที่ออกหากินของปลวกใต้ดินแปรผันได้มาก ทั้งระหว่างชนิด ระหว่างอาณาจักร และระหว่างสถานที่

ความแตกต่างอาจเกิดจาก

  • อายุและระยะพัฒนาของอาณาจักร
  • จำนวนตัวสืบพันธุ์และโครงสร้างการสืบพันธุ์
  • คุณภาพและการกระจายตัวของอาหาร
  • อุณหภูมิและความชื้น
  • ชนิดดินและสิ่งกีดขวาง
  • ฤดูกาลและช่วงเวลาที่เก็บตัวอย่าง
  • จำนวน ตำแหน่ง และชนิดของสถานี
  • วิธีตัดสินว่าจุดใดเป็นอาณาจักรเดียวกัน
  • แบบจำลองคำนวณที่เลือกใช้

ด้วยเหตุนี้ คำถามว่า “รังปลวกทั่วไปมีสมาชิกกี่ตัว” อาจไม่มีคำตอบเดียวที่มีความหมาย ตัวเลขที่เหมาะสมควรผูกกับชื่อชนิด พื้นที่ วิธีศึกษา ช่วงเวลา และนิยามของคำว่าประชากร


กรณี Heterotermes aureus: เมื่อวิธีสำรวจเปลี่ยน ภาพของอาณาเขตก็เปลี่ยน

กรณีของปลวกทะเลทราย Heterotermes aureus แสดงให้เห็นชัดว่า ตัวเลขขึ้นอยู่กับวิธีแยกอาณาจักรและวิธีวัด

Haverty และคณะรายงานในปี 1975 ว่า พื้นที่ศึกษาหนึ่งมีความหนาแน่นประมาณ 190 อาณาจักรต่อเฮกตาร์ หรือราว 77 อาณาจักรต่อเอเคอร์ หากคำนวณพื้นที่เฉลี่ยตามตัวเลขนี้จะอยู่ใกล้ 13 ตารางเมตรต่ออาณาจักร

อย่างไรก็ตาม การแยกกลุ่มปลวกในงานช่วงแรกพึ่งตำแหน่งและรูปแบบการเข้าใช้เหยื่อ งานภายหลังจึงตั้งคำถามว่า วิธีดังกล่าวอาจแบ่งเครือข่ายเดียวออกเป็นหลายอาณาจักรมากเกินไป

Jones ศึกษาพื้นที่ดังกล่าวต่อในปี 1990 โดยเปรียบเทียบหลายวิธี และพบว่าการทำเครื่องหมายแล้วจับซ้ำร่วมกับการสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวระหว่างกลุ่ม ให้ภาพขอบเขตอาณาจักรที่น่าเชื่อถือกว่าการใช้ตำแหน่งและเวลาที่ปลวกเข้าเหยื่อเพียงอย่างเดียว

ผลการศึกษาชี้ว่าอาณาเขตหากินของหลายอาณาจักรครอบคลุมตั้งแต่หลายร้อยถึงหลายพันตารางเมตร ขณะที่วิธีพิจารณาจากรูปแบบการเข้าใช้เหยื่อให้ค่าเฉลี่ยเพียงประมาณ 13.9 ตารางเมตร งานของ Jones

งานอีกชิ้นของ Jones ในปีเดียวกันประเมินประชากรที่ออกหากินของ H. aureus หลายอาณาจักรไว้ประมาณ 45,000–300,000 ตัว

ต่อมา Baker และ Haverty ศึกษากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอาคารสามแห่งในรัฐแอริโซนา และประเมินประชากรได้ประมาณ 64,913–307,284 ตัวด้วย Lincoln Index หรือประมาณ 75,501–313,251 ตัวด้วยวิธีค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก บทคัดย่อของการศึกษาปี 2007

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สร้าง “ค่ามาตรฐานของ H. aureus” แต่แสดงให้เห็นว่า แม้ศึกษาแมลงชนิดเดียวกัน ค่าที่ได้ก็เปลี่ยนตามพื้นที่ เครือข่ายตัวอย่าง ช่วงเวลา และแบบจำลอง

Mark–recapture ยังมีประโยชน์หรือไม่ หากตัวเลขไม่แม่นยำเหมือนการนับตรง

มีประโยชน์ แต่ต้องใช้ให้ตรงกับสิ่งที่วิธีตอบได้

แม้ค่าประมาณแบบจุดเดียวอาจมีความไม่แน่นอนสูง วิธีนี้ยังช่วยให้นักวิจัย

  • ติดตามการเชื่อมต่อระหว่างจุดหาอาหาร
  • ประเมินระยะทางที่ปลวกเคลื่อนที่
  • เปรียบเทียบระดับกิจกรรมระหว่างช่วงเวลา
  • เห็นการกระจายของตัวที่ทำเครื่องหมายในเครือข่าย
  • สร้างสมมติฐานเกี่ยวกับขอบเขตการหาอาหาร
  • ประเมินแนวโน้มก่อนและหลังมาตรการควบคุม เมื่อมีจุดเปรียบเทียบที่เหมาะสม

กล่าวอีกแบบคือ จุดแข็งของ mark–recapture ไม่ได้อยู่ที่การบอกจำนวนแบบ “ถูกต้องถึงตัวสุดท้าย” แต่อยู่ที่การทำให้เครือข่ายซึ่งมองไม่เห็น เริ่มมีรูปทรงที่สามารถศึกษาและเปรียบเทียบได้

เรื่องนี้สอนอะไรเกี่ยวกับการตรวจปลวกในอาคาร

เจ้าของอาคารไม่จำเป็นต้องทำ mark–recapture เพื่อจัดการปลวก แต่แนวคิดของวิธีนี้สอนบทเรียนสำคัญว่า สิ่งที่พบในสถานีหรือไม้ชิ้นหนึ่งเป็นเพียงตัวอย่างจากระบบที่ใหญ่กว่า

การพบปลวกจำนวนน้อยไม่ได้ยืนยันว่าอาณาจักรมีขนาดเล็ก และการไม่พบตัวในวันที่ตรวจไม่ได้ยืนยันว่าเครือข่ายสิ้นสุดแล้ว เช่นเดียวกับการมีปลวกเข้าเหยื่อจำนวนมาก ก็ไม่ได้ทำให้เราทราบจำนวนสมาชิกทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

การประเมินที่ดีจึงควรพิจารณาร่วมกันทั้ง

  • จำนวนและตำแหน่งที่พบกิจกรรม
  • การเชื่อมโยงของทางเดินดินและแหล่งอาหาร
  • ความชื้นและสภาพโครงสร้าง
  • แนวโน้มการกินตามช่วงเวลา
  • การย้ายหรือกลับมาใช้จุดเดิม
  • ผลจากมาตรการที่เคยดำเนินการ

สนใจผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำด้านการควบคุมปลวก

การควบคุมปลวกที่ได้ผลไม่ควรเริ่มจากการเดาจำนวนปลวกหรือฉีดสารเฉพาะจุด แต่ควรเริ่มจากการสำรวจโครงสร้าง แหล่งความชื้น ทางเดินดิน ไม้ที่เสียหาย พื้นที่สัมผัสดิน และประวัติการแก้ปัญหาเดิม

แนวทาง IPM ที่เหมาะสมอาจประกอบด้วย

  • ทำแผนที่จุดตรวจทั้งภายในและภายนอกอาคาร
  • กำหนดหมายเลขสถานีและบันทึกผลตามวันที่
  • ตรวจหาน้ำรั่ว การควบแน่น และวัสดุเซลลูโลสที่สัมผัสดิน
  • แยกหลักฐานเก่าออกจากกิจกรรมปัจจุบันด้วยการติดตามการซ่อมทางเดิน
  • เลือกระบบเหยื่อ แนวป้องกันทางกายภาพ หรือสารป้องกันกำจัดปลวกที่ขึ้นทะเบียนตามผลสำรวจและฉลาก
  • หลีกเลี่ยงการสรุปผลจากสถานีเพียงจุดเดียว
  • ประเมินแนวโน้มจากหลายรอบตรวจ
  • ไม่ใช้การไม่พบปลวกชั่วคราวแทนคำว่าอาณาจักรถูกควบคุมแล้ว
  • ตรวจติดตามหลังดำเนินการ เพื่อเฝ้าระวังเส้นทางใหม่และอาณาจักรข้างเคียง

สำหรับบ้าน โรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียน คลังสินค้า ร้านอาหาร และโรงงานอาหาร แผนตรวจควรปรับตามลักษณะการใช้งานอาคาร ระดับความเสี่ยง ประวัติการระบาด และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของแต่ละสถานที่

สรุป: ตัวเลขประชากรปลวกคือค่าประมาณ ไม่ใช่การสำรวจสำมะโน

ประเด็นสำคัญสรุปได้ 7 ข้อ

  1. นักวิจัยไม่สามารถนับปลวกใต้ดินทุกตัวได้โดยตรง
  2. Mark–recapture ใช้สัดส่วนตัวมีเครื่องหมายที่จับกลับมาเพื่อประมาณประชากร
  3. ค่าที่ได้มักหมายถึงประชากรที่ออกหากิน ไม่ใช่สมาชิกทั้งหมดในอาณาจักร
  4. ความแม่นยำขึ้นอยู่กับเครื่องหมาย การรอด การกระจายตัว และโอกาสถูกจับ
  5. เครือข่ายปลวกเปลี่ยนตามเวลา ทำให้สมมติฐานบางข้อเกิดขึ้นจริงได้ยาก
  6. ตัวเลขจากชนิดหรืออาณาจักรหนึ่งไม่ควรถูกใช้เป็นค่าเฉลี่ยของปลวกทุกพื้นที่
  7. งานควบคุมควรใช้ข้อมูลหลายจุดและหลายช่วงเวลา มากกว่ายึดตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง

วิทยาศาสตร์ที่ดีไม่ได้ทำให้ความไม่แน่นอนหายไป แต่ช่วยให้เรารู้ว่าความไม่แน่นอนอยู่ตรงไหน และป้องกันไม่ให้ตัวเลขที่ดูแม่นยำถูกนำไปตีความไกลกว่าสิ่งที่ข้อมูลรองรับ

FAQ : คำถามที่พบบ่อย

Q : Mark–recapture ฆ่าปลวกที่นำมาศึกษาหรือไม่

A : จุดประสงค์คือทำเครื่องหมายแล้วปล่อยกลับ จึงต้องเลือกเครื่องหมายและขั้นตอนที่ลดผลต่อการรอดและพฤติกรรม อย่างไรก็ตาม นักวิจัยต้องทดสอบว่าการจับ การจัดการ และเครื่องหมายไม่ทำให้ตัวอย่างแตกต่างจากปลวกปกติมากเกินไป

Q : สีที่ใช้ทำเครื่องหมายทำให้ปลวกถูกปฏิเสธจากอาณาจักรหรือไม่

A : ขึ้นอยู่กับสาร ความเข้มข้น วิธีให้เครื่องหมาย และชนิดปลวก จึงต้องทดสอบผลต่อการรอด การยอมรับ และการเคลื่อนที่ก่อนนำข้อมูลไปคำนวณ

Q : จำนวนปลวกในสถานีเท่ากับขนาดอาณาจักรหรือไม่

A : ไม่เท่ากัน จำนวนในสถานีสะท้อนการเข้าใช้จุดนั้น ณ ช่วงเวลาหนึ่ง และได้รับอิทธิพลจากอาหาร ความชื้น ตำแหน่ง และฤดูกาล

Q : หากจับปลวกทำเครื่องหมายกลับมาไม่ได้ แปลว่าอาณาจักรถูกกำจัดแล้วหรือไม่

A : ไม่จำเป็น ตัวมีเครื่องหมายอาจอยู่ในส่วนอื่น เส้นทางอาจเปลี่ยน หรือสถานีอาจหยุดถูกใช้งาน ต้องตรวจหลักฐานจากหลายสถานีและหลายช่วงเวลา

Q : ทำไมงานวิจัยชนิดเดียวกันจึงให้ค่าประชากรต่างกัน

A : เพราะอาณาจักรมีขนาดต่างกันจริง และงานวิจัยอาจต่างกันด้านพื้นที่ ฤดูกาล จำนวนสถานี นิยามขอบเขตอาณาจักร ระยะเวลาเก็บข้อมูล และแบบจำลองคำนวณ

Q : เจ้าของบ้านจำเป็นต้องรู้จำนวนปลวกก่อนควบคุมหรือไม่

A : ไม่จำเป็นต้องรู้เป็นจำนวนตัว แต่ควรรู้ตำแหน่งกิจกรรม ปัจจัยเอื้อ เส้นทางเข้าสู่อาคาร และแนวโน้มจากการตรวจติดตาม เพื่อเลือกวิธีควบคุมและประเมินผลได้เหมาะสม

หมายเหตุเกี่ยวกับภาพ: ภาพทั้งหมดเป็นภาพสร้างเชิงแนวคิด ไม่ใช่ภาพจากการทดลองที่อ้างถึง สีม่วงใช้เพื่อทำให้แนวคิดเรื่องตัวมีเครื่องหมายมองเห็นง่าย ไม่ได้ระบุสารหรือขั้นตอนมาตรฐานสำหรับนำไปทดลองจริง และภาพไม่ใช้ยืนยันจำนวนประชากรหรือขอบเขตอาณาจักร

แหล่งอ้างอิงหลัก

  • Forschler, B.T. & Townsend, M.L. (1996). Mark-release-recapture estimates of Reticulitermes spp. colony foraging populations from Georgia, USA. Environmental Entomology 25: 952–962.
  • Thorne, B.L. et al. (1996). Evaluation of mark-release-recapture methods for estimating forager population size of subterranean termite colonies. Environmental Entomology 25: 938–951.
  • Haverty, M.I., Nutting, W.L. & La Fage, J.P. (1975). Density of colonies and spatial distribution of foraging territories of Heterotermes aureus. Environmental Entomology 4: 105–109.
  • Jones, S.C. (1990). Delineation of Heterotermes aureus foraging territories in a Sonoran Desert grassland. Environmental Entomology 19: 1047–1054.
  • Jones, S.C. (1990). Colony size of the desert subterranean termite Heterotermes aureus. The Southwestern Naturalist 35: 285–291.
  • Baker, P.B. & Haverty, M.I. (2007). Foraging populations and distances of the desert subterranean termite, Heterotermes aureus, associated with structures in southern Arizona. Journal of Economic Entomology 100: 1381–1390.

สนใจสั่งซื้อหรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

บริษัท กรีน อะโกรซายน์ จำกัด

Web: www.greenbestproduct.com
โทรศัพท์ : 02-374-7118-9, 02-377-9580, 02-377-2488, 02-375-1995
Hotline : 081-421-8517, 081-905-6566

      
Visitors: 631,986