วรรณะสืบพันธุ์ของปลวก: ราชา ราชินี และกลไกสำรองที่ช่วยให้อาณาจักรอยู่รอด
วรรณะสืบพันธุ์ของปลวก: ราชา ราชินี และกลไกสำรองที่ช่วยให้อาณาจักรอยู่รอด
เมื่อพูดถึงอาณาจักรปลวก เรามักมองเห็นปลวกงานที่กำลังกัดกินไม้ หรือปลวกทหารที่มีส่วนหัวและขากรรไกรเด่นชัด แต่สมาชิกที่กำหนดว่าอาณาจักรจะเติบโต ดำเนินต่อ หรือขยายไปยังพื้นที่ใหม่ได้หรือไม่ กลับเป็นกลุ่มที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดกลุ่มหนึ่ง นั่นคือ วรรณะสืบพันธุ์ของปลวก
วรรณะนี้ทำหน้าที่ผลิตลูกหลานให้แก่อาณาจักร และเมื่ออาณาจักรเติบโตถึงระยะที่เหมาะสม ยังมีส่วนในการผลิตแมลงเม่าที่ออกบินเพื่อจับคู่และก่อตั้งอาณาจักรใหม่
อย่างไรก็ตาม ระบบสืบพันธุ์ของปลวกไม่ได้มีเพียงราชินีหนึ่งตัวกับราชาหนึ่งตัวตลอดไป ปลวกหลายชนิดมีความยืดหยุ่นมากกว่านั้น โดยสามารถสร้างวรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิขึ้นมาทดแทนหรือเสริมคู่ผู้ก่อตั้งได้
ความสามารถนี้ทำให้อาณาจักรปลวกไม่ใช่ระบบที่พังลงทันทีเมื่อสูญเสียสมาชิกสำคัญ แต่เป็นสังคมที่มี “แผนสำรองทางชีววิทยา” ซ่อนอยู่ภายใน

วรรณะสืบพันธุ์ของปลวกคืออะไร
วรรณะสืบพันธุ์คือสมาชิกเพศผู้และเพศเมียที่มีระบบสืบพันธุ์พัฒนาและสามารถผลิตลูกหลานได้ ในอาณาจักรที่เริ่มจากคู่ผู้ก่อตั้ง ลูกหลานรุ่นแรกจะพัฒนาไปเป็นปลวกงาน ปลวกทหาร ตัวอ่อนมีตุ่มปีก และในเวลาที่เหมาะสมจึงผลิตแมลงเม่ารุ่นใหม่
กล่าวให้สั้นที่สุด วรรณะสืบพันธุ์มีบทบาทสำคัญสองด้าน
- รักษาความต่อเนื่องของอาณาจักรเดิม ด้วยการผลิตสมาชิกสำหรับหาอาหาร สร้างรัง ป้องกันอาณาจักร และดูแลตัวอ่อน
- แพร่กระจายพันธุ์ ด้วยการผลิตแมลงเม่าเพศผู้และเพศเมีย ซึ่งออกจากรังเดิมไปจับคู่และเริ่มอาณาจักรใหม่
แต่ประโยคที่ว่า “วรรณะอื่นไม่มีทางผลิตลูกหลานทดแทนได้” จำเป็นต้องอธิบายอย่างระมัดระวัง
ปลวกงานหรือตัวอ่อนทั่วไปยังไม่ใช่สมาชิกที่กำลังทำหน้าที่สืบพันธุ์ แต่ในปลวกบางชนิด สมาชิกบางตัวสามารถเปลี่ยนเส้นทางพัฒนาการ กลายเป็นวรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิ และเริ่มผลิตลูกหลานได้ในภายหลัง

วรรณะสืบพันธุ์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ในภาพรวม วรรณะสืบพันธุ์ของปลวกสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ได้แก่
- วรรณะสืบพันธุ์ปฐมภูมิ หรือ primary reproductives
- วรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิ หรือ secondary/neotenic reproductives
คำแบ่งนี้ไม่ได้บอกเพียงว่าใครเริ่มวางไข่ก่อนหรือหลัง แต่ยังบอกถึงเส้นทางการพัฒนาของสมาชิกแต่ละกลุ่มด้วย
วรรณะสืบพันธุ์ปฐมภูมิ: ราชาและราชินีผู้ก่อตั้ง
วรรณะสืบพันธุ์ปฐมภูมิโดยทั่วไปพัฒนามาจากแมลงเม่าที่มีปีกสมบูรณ์ เมื่อถึงช่วงบินแตกฝูง แมลงเม่าเพศผู้และเพศเมียจะออกจากอาณาจักรเดิม ค้นหาคู่ สลัดปีก และหาพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเริ่มต้นรัง
หลังจับคู่ ตัวเมียจะกลายเป็นราชินีผู้ก่อตั้ง ส่วนตัวผู้กลายเป็นราชา ในปลวกจำนวนมากที่ได้รับการศึกษา คู่ผู้ก่อตั้งเริ่มต้นด้วยระบบคู่เดียว แต่รูปแบบการก่อตั้งและโครงสร้างครอบครัวอาจแตกต่างกันตามชนิดและสภาพแวดล้อม จึงไม่ควรนำกฎของปลวกชนิดหนึ่งไปใช้กับปลวกทุกชนิด งานทบทวนความหลากหลายของระบบสืบพันธุ์ปลวก
ต่างจากมดหลายชนิดที่เพศผู้มีชีวิตอยู่ไม่นานหลังผสมพันธุ์ ราชาปลวกสามารถอาศัยอยู่ภายในอาณาจักรและผสมพันธุ์กับราชินีซ้ำตลอดช่วงชีวิตของอาณาจักรได้
จากแมลงเม่าสู่คู่ผู้ก่อตั้งอาณาจักรใหม่
เส้นทางของคู่ผู้ก่อตั้งเริ่มจากช่วงที่ยังเป็นแมลงเม่า เมื่อออกจากรังเดิมแล้ว ทั้งคู่ต้องผ่านอัตราการตายที่สูงจากผู้ล่า การขาดน้ำ อุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม และการหาสถานที่ตั้งรังไม่สำเร็จ
คู่ที่รอดจะเข้าสู่ช่องว่างในดินหรือไม้ตามชีววิทยาของปลวกแต่ละชนิด สร้างห้องขนาดเล็ก และเริ่มผลิตไข่ชุดแรก
ช่วงเริ่มต้นนี้ยังไม่มีปลวกงานมาช่วย ราชาและราชินีจึงต้องดูแลไข่และตัวอ่อนด้วยตนเอง เมื่อไข่ฟักและลูกหลานรุ่นแรกพัฒนาเป็นปลวกงาน ภาระการหาอาหาร สร้างโพรง ดูแลตัวอ่อน และป้อนอาหารคู่ผู้ก่อตั้งจะค่อย ๆ ถูกถ่ายโอนไปให้ปลวกงาน

ราชินีปลวกไม่ได้มีรูปร่างใหญ่ตั้งแต่วันแรก
ราชินีผู้ก่อตั้งเริ่มต้นจากแมลงเม่าเพศเมียที่มีขนาดใกล้เคียงกับเพศผู้ ไม่ได้มีส่วนท้องขนาดใหญ่ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มอาณาจักร
เมื่ออาณาจักรเติบโต รังไข่พัฒนาและอัตราการผลิตไข่เพิ่มขึ้น ส่วนท้องของราชินีบางชนิดจึงขยายยาวและใหญ่ขึ้นอย่างมาก ภาวะนี้เรียกว่า physogastry
ในช่วงดังกล่าว เยื่ออ่อนระหว่างปล้องท้องจะยืดออก ขณะที่แผ่นแข็งของแต่ละปล้องยังคงมองเห็นเรียงต่อกันเป็นช่วง ๆ
ระดับการขยายตัวและจำนวนไข่ที่ผลิตได้แตกต่างกันอย่างมากตามชนิด อายุของอาณาจักร อาหาร และสภาพแวดล้อม จึงไม่ควรนำภาพราชินีปลวกที่มีส่วนท้องขนาดใหญ่มากไปใช้เป็นมาตรฐานของปลวกทุกชนิด
ราชาปลวกทำหน้าที่มากกว่าการผสมพันธุ์ครั้งเดียว
ราชาปลวกมักมีขนาดเล็กกว่าราชินีที่โตเต็มศักยภาพ แต่ยังคงเป็นสมาชิกประจำของอาณาจักร การมีราชาอยู่ต่อเนื่องช่วยให้ราชินีสามารถผสมพันธุ์ซ้ำเมื่อจำเป็น
ในปลวกหลายชนิด ราชากับราชินียังมีสารเคมีบนผิวลำตัวที่ช่วยให้สมาชิกอื่นรับรู้ว่า อาณาจักรยังมีวรรณะสืบพันธุ์ที่กำลังทำงานอยู่
สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายเพียงการระบุตัวราชาหรือราชินี แต่ยังมีส่วนควบคุมการพัฒนาของสมาชิกอื่น ไม่ให้เปลี่ยนเป็นวรรณะสืบพันธุ์จำนวนมากเกินความจำเป็น งานศึกษาฟีโรโมนรับรู้ราชาและราชินีในปลวกใต้ดิน
เมื่อสัญญาณจากวรรณะสืบพันธุ์หายไปหรือเปลี่ยนระดับ เส้นทางการพัฒนาของสมาชิกบางตัวจึงอาจเปลี่ยนตาม

วรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิคืออะไร
วรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิ หรือที่เรียกว่า neotenic reproductives เป็นสมาชิกที่พัฒนาขึ้นภายในอาณาจักรเดิมและไม่ได้ผ่านการออกบินแบบแมลงเม่าผู้ก่อตั้ง
สมาชิกเหล่านี้อาจยังคงลักษณะของวัยอ่อนบางส่วน แต่ระบบสืบพันธุ์พัฒนาจนสามารถผลิตลูกหลานได้ งานทบทวนกลไกการเกิดวรรณะสืบพันธุ์ทดแทน
หน้าที่ของวรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิอาจมีได้สองรูปแบบ
- ทดแทน ราชาหรือราชินีที่ตาย สูญหาย หรือถูกตัดขาดจากส่วนหนึ่งของรัง
- เสริม กำลังผลิตลูกหลานในอาณาจักรที่กำลังเติบโต แม้คู่ผู้ก่อตั้งบางตัวยังมีชีวิตอยู่
ดังนั้น วรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิจึงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นหลังราชินีผู้ก่อตั้งตายเท่านั้น และไม่ได้เกิดในรูปแบบเดียวกันในปลวกทุกชนิด
วรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิเกิดจากสมาชิกแบบใด
ต้นกำเนิดของวรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิแตกต่างกันตามชนิดของปลวก นักกีฏวิทยามักแบ่งกลุ่มสำคัญออกเป็นดังนี้
Nymphoid reproductives
พัฒนาจากตัวอ่อนที่มีตุ่มปีก จึงมักยังเห็นตุ่มปีกหรือปีกสั้นหลงเหลืออยู่ ลักษณะนี้บอกว่า ก่อนเปลี่ยนเส้นทาง สมาชิกดังกล่าวเคยอยู่บนเส้นทางที่จะพัฒนาเป็นแมลงเม่า
Ergatoid reproductives
พัฒนาจากสมาชิกในสายปลวกงานหรือระยะที่ไม่มีตุ่มปีก จึงมีรูปร่างภายนอกคล้ายปลวกงานมากกว่า แต่สีอาจเข้มขึ้น ระบบสืบพันธุ์พัฒนา และส่วนท้องของเพศเมียอาจขยายเมื่อเริ่มผลิตไข่
Adultoid reproductives
ในปลวกบางชนิด ตัวเต็มวัยที่มีปีกหรือเคยมีปีกอาจคงอยู่ภายในรังเดิมและเข้าสู่บทบาทสืบพันธุ์ทุติยภูมิ เส้นทางนี้พบจำกัดและไม่ใช่รูปแบบทั่วไปของปลวกทุกสกุล
ความหลากหลายนี้สะท้อนว่า “วรรณะ” ของปลวกไม่ใช่กล่องที่ปิดตายตั้งแต่ฟักออกจากไข่ โดยเฉพาะในปลวกชั้นต่ำซึ่งมีความยืดหยุ่นด้านพัฒนาการสูง
อะไรกระตุ้นให้เกิดวรรณะสืบพันธุ์ทดแทน
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการหายไปของสัญญาณจากวรรณะสืบพันธุ์เพศเดียวกัน เมื่อราชาหรือราชินีตาย หรือกลุ่มปลวกถูกแยกออกจากส่วนที่มีคู่ผู้ก่อตั้ง สมาชิกที่มีศักยภาพบางตัวอาจเปลี่ยนเส้นทางพัฒนาเป็นวรรณะสืบพันธุ์ทดแทน
อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดจาก “คำสั่ง” เพียงสัญญาณเดียว แต่เกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น
- สารเคมีบนผิวลำตัวและฟีโรโมน
- ฮอร์โมนและระยะพัฒนาการ
- เพศและอายุของสมาชิก
- จำนวนปลวกภายในกลุ่ม
- สภาพโภชนาการ
- ชนิดและชีววิทยาของปลวก
งานทดลองในปลวกบางชนิดพบว่า หลังนำคู่ผู้ก่อตั้งออก สมาชิกเพศผู้และเพศเมียหลายตัวอาจเริ่มพัฒนาไปพร้อมกัน ก่อนที่ระบบการแข่งขันและการยับยั้งระหว่างสมาชิกจะทำให้เหลือจำนวนที่เหมาะกับอาณาจักร
ถ้าราชินีตาย อาณาจักรปลวกจะตายตามทันทีหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป
หากปลวกชนิดนั้นสามารถสร้างวรรณะสืบพันธุ์ทดแทน และยังมีสมาชิกในระยะพัฒนาการที่เหมาะสมอยู่ภายในอาณาจักร การผลิตลูกหลานอาจดำเนินต่อได้หลังผ่านช่วงเปลี่ยนผ่าน
แต่อีกด้านหนึ่ง ไม่ควรสรุปว่าอาณาจักรทุกแห่งจะฟื้นตัวได้อย่างแน่นอน ความสำเร็จขึ้นกับชนิดของปลวก สถานะของราชาหรือราชินีอีกเพศหนึ่ง จำนวนสมาชิก ทรัพยากร อายุของอาณาจักร และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบรัง
ในปลวกบางชนิด วรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิหลายตัวสามารถร่วมกันผลิตไข่ จนอาณาจักรมีโครงสร้างครอบครัวแบบขยาย ต่างจากอาณาจักรที่มีลูกหลานมาจากคู่ผู้ก่อตั้งเพียงคู่เดียว
ปลวกบางชนิดยังมีระบบที่ราชินีผู้ก่อตั้งผลิตราชินีทุติยภูมิด้วยการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ แต่ยังผสมกับราชาตัวเดิมเพื่อผลิตปลวกงานและสมาชิกกลุ่มอื่น ระบบลักษณะนี้เรียกว่า asexual queen succession และพบเฉพาะในปลวกบางชนิด ไม่ใช่กฎทั่วไปของปลวกทั้งหมด ตัวอย่างงานศึกษาในปลวกใต้ดิน
การแยกส่วนของอาณาจักรสร้างอาณาจักรใหม่ได้หรือไม่
ปลวกบางชนิดสามารถขยายพื้นที่ด้วยกระบวนการที่เรียกว่า budding หรือการแยกส่วนของอาณาจักร
กลุ่มปลวกงาน ตัวอ่อน และสมาชิกที่มีศักยภาพด้านการสืบพันธุ์อาจถูกตัดขาดหรือเคลื่อนออกไปตามเครือข่ายหาอาหาร ก่อนสร้างวรรณะสืบพันธุ์ขึ้นภายในกลุ่มใหม่
แต่ไม่ควรตีความว่าทางเดินปลวกทุกแขนงคืออาณาจักรใหม่ เพราะเครือข่ายที่ดูเหมือนแยกกันภายในอาคารอาจยังเชื่อมถึงประชากรเดียวกันใต้ดิน หรืออาจเป็นคนละอาณาจักรก็ได้
การยืนยันโครงสร้างอาณาจักรต้องอาศัยการติดตาม การสำรวจอย่างเป็นระบบ หรือการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมในงานวิจัย ไม่สามารถตัดสินจากลักษณะทางเดินดินเพียงอย่างเดียว
เหตุใดระบบสืบพันธุ์นี้จึงสำคัญต่อการควบคุมปลวก
ความยืดหยุ่นด้านการสืบพันธุ์ช่วยอธิบายว่า เหตุใดการเจาะพบห้องที่มีปลวกจำนวนมาก หรือการกำจัดตัวที่มีส่วนท้องขยายเพียงตัวเดียว จึงยังไม่ยืนยันว่าอาณาจักรถูกควบคุมแล้ว
สิ่งที่พบอาจเป็น
- ราชินีผู้ก่อตั้ง
- วรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิหนึ่งในหลายตัว
- ส่วนหนึ่งของอาณาจักรขนาดใหญ่
- อาณาจักรหนึ่งในหลายอาณาจักรที่เข้าถึงอาคารเดียวกัน
การรบกวนเฉพาะจุดอาจทำให้ปลวกย้ายเส้นทาง ขณะที่สมาชิกส่วนอื่นยังคงหาอาหารและผลิตลูกหลานต่อไป
การสื่อสารว่า “ฆ่าราชินีหนึ่งตัวแล้วจบรังทันที” จึงไม่เหมาะกับปลวกทุกชนิดและทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อยังไม่มีการระบุชนิดและโครงสร้างอาณาจักรก่อน

สนใจผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำด้านการควบคุมปลวก
การควบคุมปลวกที่ได้ผลควรเริ่มจากการสำรวจมากกว่าการคาดเดาตำแหน่งของราชินี ผู้เชี่ยวชาญควรตรวจชนิดปลวก ทางเดินดิน จุดที่ไม้สัมผัสดิน ความชื้นรั่วซึม รอยแตกร้าว แนวท่อ ส่วนต่อเติม ประวัติการใช้สาร และกิจกรรมในจุดตรวจหรือสถานีเฝ้าระวัง
แนวทาง IPM ที่เหมาะสมอาจประกอบด้วย
- แก้ไขน้ำรั่ว ความชื้นสะสม และการระบายอากาศที่ไม่เหมาะสม
- แยกเศษไม้ กระดาษ และวัสดุเซลลูโลสออกจากดินหรือฐานอาคาร
- ลดช่องทางซ่อนเร้นและจุดที่ปลวกเข้าสู่โครงสร้าง โดยไม่ทำลายหลักฐานก่อนตรวจครบ
- เลือกระบบเหยื่อหรือสารป้องกันกำจัดปลวกที่ขึ้นทะเบียนตามชนิดอาคารและสภาพปัญหา
- วางจุดตรวจและติดตามผลต่อเนื่อง แทนการประเมินจากการไม่เห็นปลวกเพียงครั้งเดียว
- บันทึกตำแหน่ง วันตรวจ ระดับกิจกรรม และผลของมาตรการ เพื่อปรับแผนตามหลักฐาน
สำหรับบ้าน ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียน คลังสินค้า หรือโรงงานอาหาร แผนควบคุมต้องคำนึงถึงการใช้งานพื้นที่ ความปลอดภัย ข้อกำหนดด้านสุขาภิบาล และความเสียหายของโครงสร้างร่วมกัน
การรู้เรื่องวรรณะสืบพันธุ์ช่วยให้เข้าใจความยืดหยุ่นของอาณาจักร แต่การตัดสินใจควบคุมยังต้องอาศัยหลักฐานที่ตรวจพบจากหน้างานเป็นสำคัญ
สรุป: หัวใจของอาณาจักรไม่ได้มีเพียงราชินีตัวเดียว
ระบบสืบพันธุ์ของปลวกสรุปได้เป็น 5 ประเด็นสำคัญ
- ราชาและราชินีผู้ก่อตั้งมักพัฒนาจากแมลงเม่าที่ออกบิน จับคู่ สลัดปีก และเริ่มอาณาจักรใหม่
- ราชาปลวกยังคงอาศัยอยู่กับราชินีและมีบทบาทในระบบสืบพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ตายทันทีหลังผสมพันธุ์เหมือนเพศผู้ของแมลงสังคมบางกลุ่ม
- วรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิพัฒนาขึ้นภายในรัง และอาจทำหน้าที่ทดแทนหรือเสริมคู่ผู้ก่อตั้ง
- สมาชิกทุติยภูมิอาจพัฒนาจากตัวอ่อนมีตุ่มปีก สายปลวกงาน หรือเส้นทางอื่น ขึ้นกับชนิดของปลวก
- การควบคุมปลวกไม่ควรตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามีราชินีเพียงตัวเดียว หรือว่าการกำจัดจุดที่พบตัวปลวกจะหยุดทั้งอาณาจักรได้ทันที
ความสำเร็จของอาณาจักรปลวกไม่ได้มาจากราชินีที่ผลิตไข่ได้มากเพียงอย่างเดียว แต่มาจากระบบที่สามารถรักษา ควบคุม และฟื้นบทบาทสืบพันธุ์เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
ความยืดหยุ่นนี้เองที่ทำให้อาณาจักรปลวกสามารถอยู่รอดจากความสูญเสียและขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวรรณะสืบพันธุ์ของปลวก
Q : ราชินีปลวกเป็นตัวเดียวที่วางไข่ในอาณาจักรหรือไม่
A : ไม่เสมอไป อาณาจักรที่เริ่มต้นใหม่มักมีราชินีผู้ก่อตั้งเป็นเพศเมียหลัก แต่ปลวกหลายชนิดสามารถมีราชินีทุติยภูมิหลายตัวร่วมกันผลิตไข่ได้ เมื่ออาณาจักรเติบโตหรือโครงสร้างของคู่ผู้ก่อตั้งเปลี่ยนแปลง
Q : ราชาปลวกตายหลังผสมพันธุ์หรือไม่
A : โดยทั่วไปไม่ใช่ ราชาปลวกอาศัยอยู่ภายในอาณาจักรและสามารถผสมพันธุ์กับราชินีซ้ำตลอดช่วงชีวิตของรัง
Q : ถ้าราชินีปลวกตาย รังจะตายทันทีหรือไม่
A : ไม่จำเป็น หากปลวกชนิดนั้นสร้างวรรณะสืบพันธุ์ทดแทนได้ และยังมีสมาชิกในระยะที่เหมาะสม อาณาจักรอาจกลับมาผลิตลูกหลานต่อได้ แต่ความสำเร็จแตกต่างกันตามชนิดและสภาพของรัง
Q : วรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิต่างจากแมลงเม่าอย่างไร
A : แมลงเม่ามีปีกสมบูรณ์และออกจากรังเพื่อแพร่กระจาย ส่วนวรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิโดยทั่วไปพัฒนาขึ้นภายในอาณาจักรเดิม ไม่ได้ผ่านการบินก่อตั้งรัง และอาจยังมีลักษณะวัยอ่อน เช่น ตุ่มปีกหรือสีลำตัวอ่อนกว่า
Q : การพบปลวกท้องใหญ่หมายถึงพบราชินีผู้ก่อตั้งหรือไม่
A : ยังสรุปไม่ได้ เพราะวรรณะสืบพันธุ์ทุติยภูมิเพศเมียก็อาจมีส่วนท้องขยายได้ การระบุควรพิจารณาขนาด สี ตุ่มปีก ตำแหน่งที่พบ ชนิดของปลวก และสมาชิกอื่นที่อยู่ในห้องเดียวกัน
Q : การกำจัดราชินีทำให้ปลวกหมดทั้งอาคารหรือไม่
A : ไม่ควรรับประกันจากเหตุผลนี้เพียงอย่างเดียว อาคารอาจมีวรรณะสืบพันธุ์หลายตัว หลายส่วนของอาณาจักร หรือหลายอาณาจักรอยู่ร่วมพื้นที่ การตรวจและติดตามกิจกรรมจึงสำคัญกว่าการคาดเดาตำแหน่งของราชินี
สนใจสั่งซื้อหรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
บริษัท กรีน อะโกรซายน์ จำกัด
โทรศัพท์ : 02-374-7118-9, 02-377-9580, 02-377-2488, 02-375-1995
Hotline : 081-421-8517, 081-905-6566




