English
Chinese
Japanese

ปลวกมีวิวัฒนาการมาจากอะไร? จาก Isoptera สู่แมลงสังคมอายุราว 150 ล้านปี

ปลวกมีวิวัฒนาการมาจากอะไร? จาก Isoptera สู่แมลงสังคมอายุราว 150 ล้านปี

ปลวกตัวเล็กที่ซ่อนอยู่ในดินหรือเนื้อไม้มีประวัติทางวิวัฒนาการยาวนานกว่าบ้านและอารยธรรมมนุษย์หลายล้านเท่า การศึกษาสมัยใหม่ชี้ว่า ปลวกไม่ใช่เพียงญาติห่าง ๆ ของแมลงสาบ แต่เป็นสายวิวัฒนาการหนึ่งที่เกิดขึ้นภายในกลุ่มแมลงสาบ โดยมีบรรพบุรุษร่วมใกล้ชิดกับแมลงสาบกินไม้

คำตอบแบบสั้นคือ ปลวกเป็นแมลงสังคมในอันดับ Blattodea ซึ่งวิวัฒนาการจากบรรพบุรุษคล้ายแมลงสาบกินไม้เมื่อประมาณ 150 ล้านปีก่อน คำว่า Isoptera มาจากภาษากรีก isos ที่หมายถึงเท่ากัน และ ptera ที่หมายถึงปีก สื่อถึงปีกสองคู่ของแมลงเม่าที่มีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 150 ล้านปีเป็นค่าประมาณจากการวิเคราะห์วิวัฒนาการและข้อมูลโมเลกุล ไม่ได้หมายความว่าเรามีฟอสซิลปลวกสมบูรณ์อายุ 150 ล้านปีวางเรียงอยู่ทุกขั้นตอน ฟอสซิลลำตัวที่ได้รับการยอมรับอย่างมั่นคงส่วนใหญ่มีอายุอ่อนกว่านั้น และอยู่ในช่วงครีเทเชียสตอนต้น


สรุปเรื่องสำคัญใน 30 วินาที

คำถามคำตอบโดยย่อ
Isoptera แปลว่าอะไร “  : ปีกเท่ากัน” จาก isos และ ptera
ปีกของวรรณะใด   : วรรณะสืบพันธุ์มีปีก หรือแมลงเม่า/alates
ปัจจุบันปลวกอยู่ในอันดับใด   : Blattodea ร่วมกับแมลงสาบ
Isoptera ยังใช้หรือไม่   : ยังใช้เป็นชื่อกลุ่มย่อย เช่น infraorder ในหลายระบบ
ปลวกมาจากอะไร   : บรรพบุรุษในสายแมลงสาบกินไม้
เริ่มวิวัฒนาการเมื่อใด   : การประเมินหลายงานอยู่ใกล้ 150 ล้านปีก่อน
ฟอสซิลยืนยันอะไร   : ยืนยันการมีอยู่และลักษณะของปลวกยุคโบราณ แต่บันทึกฟอสซิลไม่สมบูรณ์
จุดเปลี่ยนสำคัญ   : การกินไม้ จุลชีพในลำไส้ ครอบครัวที่อยู่ร่วมกัน และการแบ่งงาน


Isoptera คืออะไร และเหตุใดจึงหมายถึง “ปีกเท่ากัน”

ชื่อ Isoptera ประกอบจากรากศัพท์กรีกสองส่วน ได้แก่ isos ซึ่งหมายถึงเท่ากัน และ ptera ซึ่งหมายถึงปีก ชื่อนี้อ้างถึงปีกของตัวเต็มวัยวรรณะสืบพันธุ์มีปีก หรือที่เรียกว่า alates, swarmers และในภาษาไทยเรียกกันทั่วไปว่า “แมลงเม่า”

แมลงเม่ามีปีกยาวสองคู่ โดยปีกคู่หน้าและปีกคู่หลังมีความยาว ขนาด และรูปร่างใกล้เคียงกัน ต่างจากมดมีปีกซึ่งปีกคู่หน้ามักใหญ่กว่าปีกคู่หลังอย่างชัดเจน

ปีกไม่ใช่อวัยวะที่ปลวกทุกตัวในรังมี วรรณะงานและวรรณะทหารไม่มีปีก ส่วนแมลงเม่าจะใช้ปีกในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อบินออกจากรังเดิม จับคู่ และค้นหาตำแหน่งสำหรับสร้างรังใหม่

หลังลงสู่พื้น แมลงเม่ามักสลัดปีกออก เหลือรอยเกล็ดปีกบริเวณอก การพบปีกหลุดจำนวนมากใกล้หน้าต่าง วงกบ ประตู หรือพื้นอาคารจึงเป็นข้อมูลสำคัญ แต่ยังต้องตรวจว่าเป็นปีกปลวกหรือปีกมด และแมลงบินเข้ามาจากภายนอกหรือออกจากโครงสร้างภายในอาคาร

ปลวกยังเป็น “อันดับ Isoptera” อยู่หรือไม่

ตำราและเอกสารส่งเสริมการเกษตรรุ่นเก่าจำนวนมากจัดปลวกเป็นอันดับ Isoptera แยกออกจากแมลงสาบ แต่ข้อมูลวิวัฒนาการระดับโมเลกุลแสดงว่า หากแยกปลวกออกจากแมลงสาบ กลุ่มแมลงสาบจะไม่ครอบคลุมลูกหลานทั้งหมดของบรรพบุรุษร่วมเดียวกัน

การจัดจำแนกสมัยใหม่จึงวางปลวกไว้ภายในอันดับ Blattodea ร่วมกับแมลงสาบ และใช้ Isoptera เป็นชื่อกลุ่มย่อย เช่น infraorder หรือใช้ชื่อ Termitoidae ในระบบบางแบบ

ดังนั้น ประโยคที่รัดกุมกว่าในปัจจุบันคือ

ปลวกเป็นแมลงในอันดับ Blattodea และอยู่ในกลุ่มย่อย Isoptera

ส่วนการเขียนว่า “ปลวกอยู่ในอันดับ Isoptera” ควรอธิบายเพิ่มเติมว่าเป็นการจัดจำแนกแบบดั้งเดิม

การปรับตำแหน่งทางอนุกรมวิธานไม่ได้ทำให้ความหมายของคำว่า Isoptera หายไป รากศัพท์ยังอธิบายลักษณะของปีกแมลงเม่าได้ดี เพียงแต่ระดับของชื่อในระบบการจัดจำแนกเปลี่ยนไปตามหลักฐานใหม่

ปลวกวิวัฒนาการมาจากแมลงสาบจริงหรือไม่

คำตอบคือจริงในความหมายทางวิวัฒนาการ ปลวกเป็นสายหนึ่งที่เกิดขึ้นภายในเครือญาติของแมลงสาบ แต่ไม่ได้หมายความว่าปลวกสมัยใหม่เปลี่ยนมาจากแมลงสาบอเมริกันหรือแมลงสาบเยอรมันที่เราเห็นในอาคารปัจจุบัน

ญาติที่ใกล้ชิดกับปลวกมากเป็นพิเศษคือแมลงสาบกินไม้ในสกุล Cryptocercus แมลงเหล่านี้อาศัยอยู่ในไม้ผุ กินเนื้อไม้ และพึ่งพาจุลชีพในระบบทางเดินอาหารคล้ายกับปลวกดั้งเดิมหลายกลุ่ม

การศึกษาลำดับยีนหลายชุดให้หลักฐานสำคัญว่า ปลวกเกิดจากบรรพบุรุษในสายแมลงสาบกินไม้ ขณะที่การเปรียบเทียบกายวิภาค พฤติกรรม จุลชีพในลำไส้ และฟอสซิล ให้ข้อมูลสนับสนุนจากคนละมุม

การพูดว่า “ปลวกคือแมลงสาบที่พัฒนาความเป็นสังคม” จึงพอใช้เป็นคำอธิบายเบื้องต้นได้ แต่ในทางวิชาการควรระบุว่าเป็นสายวิวัฒนาการภายในอันดับ Blattodea ซึ่งแยกจากญาติร่วมเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน


บรรพบุรุษอาจไม่ได้ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวอย่างสมบูรณ์

ภาพที่เล่าง่ายว่า “แมลงสาบโดดเดี่ยวตัวหนึ่งกลายเป็นสังคมปลวก” อาจลดรายละเอียดของวิวัฒนาการมากเกินไป

แบบจำลองปัจจุบันเสนอว่า บรรพบุรุษของปลวกน่าจะเป็นแมลงสาบกินไม้ที่อยู่เป็นครอบครัวคู่เดียวภายในท่อนไม้ผุ พ่อแม่และลูกอาศัยอยู่ใกล้กันเป็นเวลานาน ไม่ได้แยกตัวออกจากกันทันทีหลังลูกฟัก

เนื้อไม้เป็นอาหารที่ย่อยยากและมีไนโตรเจนต่ำ การใช้ประโยชน์จากไม้จึงต้องอาศัยจุลชีพในลำไส้ การถ่ายทอดของเหลวจากทางเดินอาหารระหว่างสมาชิกในครอบครัวช่วยส่งต่อจุลชีพที่จำเป็นให้ลูกและสมาชิกตัวอื่น

เมื่อลูกบางส่วนอยู่ช่วยดูแลน้อง ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และหาอาหาร แทนที่จะแยกออกไปสืบพันธุ์ทันที ครอบครัวจึงค่อย ๆ เปิดทางไปสู่การแบ่งงานระหว่างสมาชิก และพัฒนาสู่ความเป็นสังคมระดับสูงหรือ eusociality

องค์ประกอบสำคัญไม่ได้มีเพียง “การกินไม้” แต่เป็นการทำงานร่วมกันของหลายปัจจัย ได้แก่

  • แหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยอยู่ในท่อนไม้ชิ้นเดียวกัน
  • พ่อแม่อยู่เป็นคู่และดูแลลูก
  • ลูกหลายรุ่นอาศัยร่วมกัน
  • จุลชีพในลำไส้ต้องถูกส่งต่อระหว่างสมาชิก
  • สมาชิกบางส่วนชะลอหรือสละการสืบพันธุ์เพื่อช่วยครอบครัว
  • การแบ่งหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพและโอกาสรอดของกลุ่ม

ตัวเลข 150 ล้านปีหมายถึงอะไร

งานด้านวิวัฒนาการและจีโนมหลายชิ้นประเมินว่า ปลวกแยกออกจากญาติกลุ่มแมลงสาบกินไม้และเริ่มพัฒนาความเป็นสังคมราว 150 ล้านปีก่อน ในช่วงปลายยุคจูแรสซิกหรือใกล้รอยต่อเข้าสู่ครีเทเชียส

ในเวลานั้น ไดโนเสาร์ยังดำรงอยู่บนโลก แต่การกล่าวว่าปลวก “อยู่ร่วมยุคกับไดโนเสาร์” ควรเข้าใจในระดับของสายวิวัฒนาการ ไม่ใช่หมายความว่าปลวกทุกวงศ์ ทุกวรรณะ และรูปแบบรังที่เห็นในปัจจุบันเกิดขึ้นพร้อมกันหมดแล้ว

ค่าประมาณจากนาฬิกาโมเลกุลอาศัยอัตราการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมร่วมกับจุดอ้างอิงจากฟอสซิล จึงมีช่วงความไม่แน่นอนตามข้อมูล แบบจำลอง และชนิดที่นำมาวิเคราะห์

ตัวเลข 150 ล้านปีจึงควรใช้เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่วันที่กำเนิดซึ่งระบุได้ตรงปี


ฟอสซิลกับพันธุกรรมตอบคำถามคนละแบบ

หลักฐานฟอสซิลแสดงร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่ถูกเก็บรักษาโดยตรง เช่น ลำตัว ปีก ตัวอย่างในอำพัน รัง หรือมูลฟอสซิล

ข้อดีของฟอสซิลคือให้หลักฐานทางกายภาพที่ผูกกับชั้นหินและอายุทางธรณีวิทยา แต่บันทึกฟอสซิลมีช่องว่างตามธรรมชาติ เพราะแมลงตัวเล็กและลำตัวอ่อนนุ่มไม่ได้กลายเป็นฟอสซิลได้ง่าย

ฟอสซิลลำตัวของปลวกที่ได้รับการยอมรับอย่างมั่นคงส่วนใหญ่มาจากครีเทเชียสตอนต้น มีอายุประมาณ 135 ล้านปีหรือน้อยกว่า แม้มีรายงานตัวอย่างใกล้รอยต่อจูแรสซิก–ครีเทเชียส แต่การจำแนกฟอสซิลยุคต้นยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณารายละเอียดและอาจมีข้อถกเถียง

ข้อมูลพันธุกรรมไม่ได้ขุดสิ่งมีชีวิตออกจากหิน แต่เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของยีนในชนิดที่มีชีวิต เพื่อสร้างความสัมพันธ์และประมาณช่วงเวลาที่สายวิวัฒนาการแยกออกจากกัน

เมื่อฟอสซิล กายวิภาค พฤติกรรม จุลชีพ และข้อมูลพันธุกรรมชี้ไปในทิศทางเดียวกัน เราจึงมีเหตุผลมั่นคงขึ้นในการสรุปว่า ปลวกวิวัฒนาการขึ้นภายในกลุ่มแมลงสาบกินไม้ แต่ไม่ได้หมายความว่าหลักฐานทุกประเภทต้องให้ตัวเลขเดียวกันอย่างสมบูรณ์


จากครอบครัวในไม้ผุสู่อาณาจักรที่แบ่งวรรณะ

สังคมปลวกปัจจุบันมีสมาชิกหลายวรรณะ แต่โครงสร้างไม่ได้เหมือนกันทุกชนิด โดยทั่วไปสามารถพบสมาชิกสำคัญ ได้แก่

  • คู่สืบพันธุ์หลัก หรือราชาและราชินี ทำหน้าที่สร้างสมาชิกใหม่
  • วรรณะงาน หาอาหาร ดูแลไข่และตัวอ่อน ซ่อมรัง และถ่ายทอดอาหารกับจุลชีพ
  • วรรณะทหาร ป้องกันรังด้วยกรามหรือสารป้องกันตัว ขึ้นอยู่กับชนิด
  • วรรณะสืบพันธุ์มีปีก หรือแมลงเม่า บินออกไปเริ่มอาณาจักรใหม่

คำว่า eusociality มักอธิบายด้วยองค์ประกอบสำคัญสามประการ ได้แก่

  1. มีการดูแลลูกแบบร่วมมือ
  2. มีสมาชิกหลายรุ่นอาศัยอยู่ร่วมกัน
  3. มีการแบ่งบทบาทด้านการสืบพันธุ์

สมาชิกจำนวนมากจึงทำงานสนับสนุนรังแทนการสืบพันธุ์เอง ระบบนี้ทำให้รังปลวกสามารถค้นหาและใช้ทรัพยากร ซ่อมแซมความเสียหาย ป้องกันศัตรู และรักษาสภาพแวดล้อมภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นี่คือส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ปลวกประสบความสำเร็จในระบบนิเวศมาอย่างยาวนาน

แมลงเม่าต่างจากมดมีปีกอย่างไร

ช่วงที่แมลงเม่าบินออกจากรัง มักเกิดความสับสนกับมดมีปีก สามารถตรวจเบื้องต้นได้จากลักษณะต่อไปนี้

จุดสังเกตแมลงเม่ามดมีปีก
ปีก   : สองคู่มีขนาดใกล้เคียงกัน   : ปีกคู่หน้าใหญ่กว่าคู่หลัง
หนวด   : เป็นปล้องเรียงค่อนข้างตรง   : หักงอเป็นข้อศอก
เอว   : ลำตัวต่อกันค่อนข้างกว้าง   : มีเอวคอดชัดเจน
ปีกหลังลงพื้น   : มักสลัดหลุดง่าย   : โดยทั่วไปไม่พบกองปีกหลุดแบบปลวก

การพบแมลงเม่าบินอยู่นอกอาคารหลังฝนตก ไม่ได้ยืนยันว่าบ้านถูกปลวกทำลายแล้ว แต่ถ้าแมลงเม่าออกจากรอยแตก วงกบ ผนัง ฝ้า หรือพบกองปีกภายในอาคารซ้ำ ๆ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

ปลวกโบราณไม่ได้หมายความว่ากำจัดไม่ได้

ประวัติวิวัฒนาการยาวนานอธิบายว่าปลวกมีระบบสังคมและการใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกการระบาดควบคุมไม่ได้

สิ่งที่ทำให้การควบคุมล้มเหลวบ่อยครั้งคือการจัดการเฉพาะจุดที่มองเห็น โดยไม่ระบุชนิด ขอบเขต เส้นทางหาอาหาร ความชื้น และปัจจัยด้านโครงสร้าง

ปลวกที่กินไม้แห้ง ปลวกใต้ดิน และปลวกที่สร้างรังในต้นไม้หรืออาคารอาจต้องใช้วิธีสำรวจและควบคุมต่างกัน การเห็นทางเดินดินเพียงจุดเดียวจึงยังไม่บอกขนาดหรือที่ตั้งของรังทั้งหมด

สนใจผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำด้านการควบคุมปลวก

การควบคุมปลวกที่ได้ผลไม่ควรเริ่มจากการฉีดสารลงบนทางเดินดินเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการตรวจชนิดปลวก จุดเข้าถึงอาคาร แหล่งความชื้น ไม้สัมผัสดิน รอยแตกร้าว ประวัติการก่อสร้าง และมาตรการเดิม เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับอาคารและระดับความเสี่ยง

องค์ประกอบที่ควรพิจารณาในแผน IPM ได้แก่

  • ตรวจทางเดินดิน ปีกที่หลุด มูลปลวก ไม้กลวง และรอยเสียหายผิดปกติ
  • วัดความชื้นและแก้ท่อรั่ว น้ำขัง รางน้ำ และการระบายอากาศที่ไม่ดี
  • ลดไม้สัมผัสดิน เศษไม้ แบบไม้ และวัสดุเซลลูโลสที่ฝังใกล้ฐานอาคาร
  • ตรวจรอยต่อพื้น–ผนัง ช่องรอบท่อ รอยแตกร้าว และส่วนต่อเติม
  • ทำแผนผังจุดตรวจและบันทึกกิจกรรม แทนการพึ่งความจำจากการตรวจครั้งเดียว
  • เลือกระบบเหยื่อ แนวสารป้องกัน หรือการจัดการเฉพาะจุดตามชนิดปลวก โครงสร้าง และฉลากผลิตภัณฑ์
  • ตรวจติดตามต่อเนื่องหลังดำเนินการ เพราะการไม่พบตัวในวันหนึ่งไม่ได้ยืนยันว่ารังหมดแล้ว
  • หลีกเลี่ยงการรื้อหรือพ่นทางเดินดินก่อนผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจ หากต้องการรักษาหลักฐานและประเมินทิศทางการเคลื่อนที่

บ้านพัก ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียน คลังสินค้า โรงงานอาหาร และอาคารเก่ามีข้อจำกัดต่างกัน แผนควบคุมจึงต้องคำนึงถึงการใช้อาคาร ความปลอดภัยของผู้พักอาศัย กระบวนการผลิต จุดสัมผัสอาหาร และความสามารถในการเข้าถึงโครงสร้าง

FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิวัฒนาการปลวก

Q : Isoptera แปลว่าอะไร

A : มาจากภาษากรีก isos หมายถึงเท่ากัน และ ptera หมายถึงปีก อ้างถึงปีกสองคู่ของแมลงเม่าที่มีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกัน

Q : ปลวกอยู่ในอันดับ Isoptera หรือ Blattodea

A : การจัดจำแนกสมัยใหม่วางปลวกอยู่ในอันดับ Blattodea ร่วมกับแมลงสาบ ส่วน Isoptera ใช้เป็นชื่อกลุ่มย่อยในหลายระบบ เอกสารที่เรียก Isoptera เป็นอันดับมักอิงการจัดจำแนกแบบดั้งเดิม

Q : ปลวกวิวัฒนาการมาจากแมลงสาบชนิดที่อยู่ในบ้านหรือไม่

A : ไม่ใช่จากแมลงสาบสมัยใหม่ชนิดใดโดยตรง ปลวกกับแมลงสาบกินไม้มีบรรพบุรุษร่วมกัน และญาติที่ใกล้ชิดมากคือแมลงสาบกินไม้ในสกุล Cryptocercus

Q : ปลวกมีอายุ 150 ล้านปีจริงหรือไม่

A : ประมาณการทางวิวัฒนาการและโมเลกุลวางต้นกำเนิดใกล้ 150 ล้านปีก่อน แต่ฟอสซิลลำตัวที่ยืนยันอย่างมั่นคงส่วนใหญ่มีอายุอ่อนกว่านั้น ตัวเลขนี้จึงควรเข้าใจเป็นค่าประมาณของสายวิวัฒนาการ

Q : ฟอสซิลกับพันธุกรรมยืนยันเรื่องเดียวกันหรือไม่

A : ทั้งสองสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างปลวกกับแมลงสาบกินไม้ แต่ให้ข้อมูลคนละแบบ ฟอสซิลเป็นหลักฐานทางกายภาพจากอดีต ส่วนพันธุกรรมใช้สร้างความสัมพันธ์และประมาณเวลาจากชนิดที่มีชีวิต

Q : แมลงเม่าบินเข้าบ้านหมายความว่ามีรังอยู่ในบ้านหรือไม่

A : ไม่เสมอไป แมลงเม่าอาจบินเข้าหาแสงจากภายนอก แต่ถ้าออกจากรอยแตก วงกบ ผนัง หรือพบกองปีกภายในซ้ำ ๆ ควรสำรวจอาคารอย่างละเอียด

Q : ทำไมกำจัดทางเดินดินแล้วปลวกกลับมาอีก

A : ทางเดินดินเป็นเพียงเส้นทางหนึ่งของระบบหาอาหาร การทำลายทางเดินที่มองเห็นอาจไม่กระทบรังหรือเส้นทางอื่น หากไม่แก้ความชื้น ช่องโครงสร้าง และเลือกวิธีควบคุมตามชนิด ปลวกสามารถสร้างทางเดินใหม่ได้


สรุป

คำว่า Isoptera เก็บเรื่องราวของปลวกไว้ในลักษณะที่มองเห็นได้ง่ายที่สุด คือปีกสองคู่ของแมลงเม่าที่มีขนาดใกล้เคียงกัน แต่หลักฐานสมัยใหม่ทำให้เราเห็นเรื่องที่ลึกกว่าเดิม ปลวกคือแมลงสังคมที่วิวัฒนาการขึ้นภายในกลุ่มแมลงสาบกินไม้ และปัจจุบันถูกจัดอยู่ในอันดับ Blattodea

การกินไม้ จุลชีพในลำไส้ ครอบครัวที่อยู่ร่วมกันหลายรุ่น และการแบ่งหน้าที่ ล้วนมีส่วนเปลี่ยนบรรพบุรุษที่อาศัยในไม้ผุให้กลายเป็นสังคมซับซ้อน

การประเมินราว 150 ล้านปีมาจากหลักฐานวิวัฒนาการและโมเลกุล ส่วนฟอสซิลให้หลักฐานกายภาพที่อ่อนกว่านั้นและมีช่องว่างตามธรรมชาติของการเก็บรักษา

ครั้งต่อไปที่เห็นแมลงเม่าหรือทางเดินดิน เราอาจมองปลวกได้สองมุมพร้อมกัน—ในฐานะวิศวกรระบบนิเวศที่ผ่านวิวัฒนาการมายาวนาน และในฐานะศัตรูโครงสร้างที่ต้องควบคุมด้วยข้อมูล การสำรวจ และวิธีที่ตรงกับต้นเหตุ

สนใจสั่งซื้อหรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

บริษัท กรีน อะโกรซายน์ จำกัด

Web: www.greenbestproduct.com
โทรศัพท์ : 02-374-7118-9, 02-377-9580, 02-377-2488, 02-375-1995
Hotline : 081-421-8517, 081-905-6566

      
Visitors: 631,960