โอมิครอนมาจากหนูจริงไหม? เจาะสมมติฐาน Wei และหลักฐาน
โอมิครอนอาจเคยกลายพันธุ์ในหนูจริงไหม? ไขสมมติฐาน Wei
ปลายปี 2021 นักวิทยาศาสตร์ต้องเผชิญกับปริศนาชิ้นใหญ่ เมื่อสายพันธุ์โอมิครอนปรากฏขึ้นพร้อมชุดการกลายพันธุ์จำนวนมาก ทั้งที่ลำดับพันธุกรรมของมันไม่ได้สืบต่อจากเดลตาซึ่งกำลังระบาดครองโลกในเวลานั้นอย่างตรงไปตรงมา
เส้นทางวิวัฒนาการช่วงหนึ่งของโอมิครอนดูเหมือนหายไปจากฐานข้อมูล เชื้อสะสมการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นอยู่ที่ไหน และเหตุใดจึงไม่ถูกตรวจพบก่อนหน้านี้?
หนึ่งในคำอธิบายที่ถูกเสนอคือ บรรพบุรุษของโอมิครอนอาจกระโดดจากคนเข้าสู่หนูในช่วงกลางปี 2020 วิวัฒน์อยู่ในสัตว์ระยะหนึ่ง แล้วแพร่กลับสู่คนก่อนถูกค้นพบในปลายปี 2021
สมมติฐานนี้มาจากงานของ Wei และคณะ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Genetics and Genomics แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานโดยตรงที่ยืนยันว่าหนูเป็นแหล่งกำเนิดโอมิครอน

คำตอบสั้น ๆ: โอมิครอนมาจากหนูจริงหรือไม่?
ยังตอบว่า “จริง” ไม่ได้
หลักฐานบางส่วนสนับสนุนว่าเส้นทางผ่านหนูมีความเป็นไปได้ทางชีววิทยา ได้แก่ รูปแบบการกลายพันธุ์บางอย่างของโอมิครอนคล้ายกับสิ่งที่คาดว่าจะเกิดในหนู และโปรตีนสไปก์ของโอมิครอนสามารถจับตัวรับ ACE2 ของหนูได้ดีขึ้น
แต่สิ่งที่ยังไม่เคยพบคือ
- ตัวอย่างไวรัสบรรพบุรุษของโอมิครอนจากหนูในช่วงปี 2020–2021
- ลำดับพันธุกรรมตัวกลางที่แสดงการวิวัฒน์ทีละขั้นในประชากรหนู
- หลักฐานการแพร่จากคนสู่หนูแล้วกลับสู่คนในเหตุการณ์เดียวกัน
- ตำแหน่ง เวลา และหนูชนิดที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางดังกล่าว
สมมติฐานจากหนูจึงเป็นคำอธิบายที่น่าสนใจและมีหลักฐานทางอ้อมรองรับ แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปของวงการวิทยาศาสตร์
เหตุใดต้นกำเนิดของโอมิครอนจึงกลายเป็นปริศนา?
โอมิครอน หรือสายพันธุ์ B.1.1.529 ถูกแจ้งต่อองค์การอนามัยโลกในเดือนพฤศจิกายน 2021 และได้รับการจัดเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวลอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์แปลกใจคือ ลำดับพันธุกรรมของโอมิครอนแตกต่างจากสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ในขณะนั้นมาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงจำนวนมากบนโปรตีนสไปก์ ซึ่งเป็นส่วนที่ไวรัสใช้ยึดเกาะกับเซลล์
เมื่อย้อนต้นไม้วิวัฒนาการกลับไป บรรพบุรุษใกล้เคียงของโอมิครอนดูเหมือนแยกออกจากไวรัสในมนุษย์ตั้งแต่ช่วงต้นของการระบาด แต่ไม่มีลำดับตัวกลางเพียงพออธิบายว่าเชื้อสะสมการกลายพันธุ์จำนวนมากได้อย่างไร
ช่องว่างนี้นำไปสู่สมมติฐานหลักหลายแนวทาง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องหนูเพียงอย่างเดียว

Wei และคณะพบเบาะแสอะไร?
งานวิจัยของ Wei และคณะไม่ได้เริ่มจากการจับหนูมาตรวจหาโอมิครอน แต่เริ่มจากการวิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมของไวรัสย้อนหลัง
ทีมนักวิจัยพิจารณาหลักฐานสำคัญสามด้าน
1. รูปแบบการกลายพันธุ์หรือ mutation spectrum
สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีสภาพแวดล้อมภายในเซลล์และแรงคัดเลือกแตกต่างกัน เมื่อไวรัสเพิ่มจำนวนในเจ้าบ้านต่างชนิด สัดส่วนการเปลี่ยนจากเบสชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่งอาจทิ้งลักษณะเฉพาะไว้ในจีโนม
นักวิจัยรายงานว่า รูปแบบการกลายพันธุ์ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการระบาดของโอมิครอนไม่เหมือนรูปแบบที่พบโดยทั่วไปจากการวิวัฒน์ในมนุษย์ แต่มีความคล้ายคลึงกับรูปแบบการกลายพันธุ์ของไวรัสเมื่ออยู่ในเซลล์ของหนู
นี่เป็นหลักฐานเชิงสถิติ ไม่ใช่รอยนิ้วมือที่สามารถระบุตัวเจ้าบ้านได้อย่างเด็ดขาด เพราะกระบวนการทางชีววิทยาหลายชนิดอาจสร้างรูปแบบที่คล้ายกันได้
2. การกลายพันธุ์บนโปรตีนสไปก์
ทีมวิจัยพบว่าการกลายพันธุ์บางตำแหน่งบนส่วน receptor-binding domain หรือ RBD ของโอมิครอนซ้อนทับกับตำแหน่งที่เคยพบระหว่างการปรับ SARS‑CoV‑2 ให้ติดหนูในการทดลอง
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจช่วยให้โปรตีนสไปก์จับกับตัวรับ ACE2 ของหนูได้ดีขึ้น ทำให้หนูเป็นหนึ่งในเจ้าบ้านที่มีความเป็นไปได้ตามแบบจำลอง
3. เส้นทางเวลาที่เป็นไปได้
จากการคำนวณเชิงวิวัฒนาการ นักวิจัยเสนอว่าไวรัสบรรพบุรุษอาจออกจากประชากรมนุษย์ช่วงกลางปี 2020 แล้วกลับเข้าสู่มนุษย์ก่อนการตรวจพบโอมิครอนในปลายปี 2021
แต่กรอบเวลานี้เป็นการย้อนคำนวณจากลำดับพันธุกรรม ไม่ใช่บันทึกการแพร่เชื้อที่สังเกตได้โดยตรง
ข้อเสนอของทีมจึงเป็นเส้นทางสมมติว่า
คน → หนู → วิวัฒน์ในหนู → กลับสู่คน
งานต้นฉบับสามารถอ่านได้ที่ Evidence for a mouse origin of the SARS‑CoV‑2 Omicron variant
คำว่า “หนู” ในงานวิจัยหมายถึงหนูบ้านตัวไหน?
งานของ Wei เป็นการอนุมานจากข้อมูลพันธุกรรม ไม่ได้ระบุหนูป่าตัวใดเป็นเจ้าบ้านจริง และไม่ได้จับหนูบ้านจากพื้นที่หนึ่งมาตรวจพบสายวิวัฒนาการบรรพบุรุษของโอมิครอน
ผู้วิจัยเปรียบเทียบรูปแบบกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด และเสนอว่า “mouse” เป็นตัวเลือกที่เข้ากันได้ดีที่สุด คำนี้มักเชื่อมโยงกับหนูถีบจักรหรือหนูบ้าน Mus musculus ซึ่งเป็นชนิดที่ใช้ในงานทดลองจำนวนมากและอาศัยใกล้มนุษย์ทั่วโลก
ดังนั้น การเขียนว่า “โอมิครอนวิวัฒน์ในหนูบ้านป่า” เป็นการระบุเกินหลักฐาน ข้อความที่แม่นยำกว่าคือ
งานวิเคราะห์เสนอว่าสัตว์ในกลุ่มหนู โดยเฉพาะ mouse อาจเป็นเจ้าบ้านตัวกลาง แต่ยังไม่ทราบชนิด ประชากร หรือสถานที่จริง

งานโครงสร้างโปรตีนสนับสนุนสมมติฐานนี้อย่างไร?
ในปี 2022 นักวิจัยอีกกลุ่มศึกษาว่า RBD ของโอมิครอนจับกับ ACE2 ของหนูได้อย่างไรในระดับโครงสร้างโมเลกุล
ผลการศึกษาพบว่าการกลายพันธุ์บางตำแหน่งของโอมิครอนช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์กับ mouse ACE2 ได้อย่างเหมาะสมกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม งานนี้จึงสนับสนุนว่า โอมิครอนมีคุณสมบัติบางอย่างซึ่งสอดคล้องกับการปรับตัวต่อหนู งานโครงสร้าง mouse ACE2
อย่างไรก็ตาม การจับ ACE2 ของหนูได้ดีไม่ได้พิสูจน์ว่าไวรัสต้องวิวัฒน์อยู่ในหนู เพราะการกลายพันธุ์ที่ช่วยหลบภูมิคุ้มกันหรือเพิ่มความสามารถบางอย่างในมนุษย์ อาจให้ผลพลอยได้เป็นการขยายขอบเขตเจ้าบ้านด้วย
พูดง่าย ๆ คือ
“โอมิครอนติดหนูได้ดี” ไม่เท่ากับ “โอมิครอนต้องถือกำเนิดในหนู”
หลักฐานจากหนูนิวยอร์กช่วยยืนยันทฤษฎีนี้หรือไม่?
งานวิจัยหนูนอร์เวย์ในนิวยอร์กปี 2023 แสดงว่า หนูป่าบางตัวเคยสัมผัส SARS‑CoV‑2 และการทดลองพบว่าหนูสามารถติดอัลฟา เดลตา และโอมิครอนได้
ข้อมูลดังกล่าวช่วยสนับสนุนเพียงว่า การแพร่เชื้อจากคนเข้าสู่ประชากรหนู เป็นไปได้ทางชีววิทยา แต่ไม่ได้ยืนยันเส้นทางกำเนิดของโอมิครอน เพราะหนูในนิวยอร์กถูกเก็บตัวอย่างหลังโอมิครอนปรากฏขึ้นแล้ว และไม่พบไวรัสบรรพบุรุษที่เชื่อมต่อช่องว่างในปี 2020–2021
บทความที่ควรทำ Internal Link:
อ่านเพิ่มเติม: “หนูนิวยอร์กติด SARS‑CoV‑2 จริงไหม? เจาะงานวิจัย Wang ปี 2023”
สมมติฐานอื่นเกี่ยวกับกำเนิดโอมิครอนมีอะไรบ้าง?
นักวิทยาศาสตร์พิจารณาคำอธิบายหลักอย่างน้อยสามแนวทาง
| สมมติฐาน | แนวคิด | หลักฐานสนับสนุน | สิ่งที่ยังขาด |
|---|---|---|---|
| วิวัฒน์ในผู้ติดเชื้อเรื้อรัง |
: เชื้ออยู่ในคนที่ภูมิคุ้มกันควบคุมไวรัสได้ไม่สมบูรณ์เป็นเวลานาน |
: พบการสะสมและคัดเลือกการกลายพันธุ์ในผู้ติดเชื้อเรื้อรังจริง |
: ยังไม่พบผู้ป่วยซึ่งเชื่อมถึงบรรพบุรุษโอมิครอนโดยตรง |
| หมุนเวียนเงียบในคน |
: เชื้อแพร่ในพื้นที่ซึ่งมีการถอดรหัสพันธุกรรมน้อย |
: อธิบายช่องว่างของข้อมูลเฝ้าระวังได้ |
: ยากจะอธิบายการเปลี่ยนแปลงจำนวนมากโดยไม่มีลำดับตัวกลาง |
| วิวัฒน์ในสัตว์ |
: เชื้อจากคนเข้าสู่สัตว์ ปรับตัว แล้วกลับสู่คน |
: mutation spectrum และการจับ mouse ACE2 สนับสนุนความเป็นไปได้ |
: ไม่พบไวรัสตัวกลางในหนูและไม่พบเหตุการณ์แพร่กลับโดยตรง |
บททบทวนด้านวิวัฒนาการของ SARS‑CoV‑2 ในปี 2023 ประเมินว่า แบบจำลองการวิวัฒน์ระหว่างการติดเชื้อเรื้อรังในมนุษย์มีน้ำหนักมากกว่าสมมติฐานแหล่งกักเก็บในสัตว์ แม้จะยังมีความไม่แน่นอนอยู่ Nature Reviews Microbiology
ต้องพบหลักฐานอะไรจึงจะยืนยันทฤษฎีจากหนูได้?
หลักฐานที่ทรงพลังที่สุดไม่ใช่การพบว่าโอมิครอนปัจจุบันติดหนูได้ แต่ต้องพบข้อมูลจากช่วงเวลาก่อนโอมิครอนปรากฏ เช่น
- ตัวอย่าง SARS‑CoV‑2 จากหนูซึ่งเก็บไว้ระหว่างปี 2020–2021
- ลำดับพันธุกรรมที่อยู่กึ่งกลางระหว่างไวรัสในคนยุคแรกกับโอมิครอน
- ชุดการกลายพันธุ์ที่เพิ่มขึ้นตามลำดับภายในประชากรหนู
- หลักฐานว่าเชื้อแพร่ระหว่างหนูได้ต่อเนื่อง
- ความเชื่อมโยงทางเวลาและสถานที่ระหว่างหนูที่ติดเชื้อกับผู้ป่วยโอมิครอนระยะแรก
- หลักฐานตัดคำอธิบายอื่น เช่น การติดเชื้อเรื้อรังในคน ออกได้อย่างน่าเชื่อถือ
ปัญหาคือ ตัวอย่างหนูจากช่วงเวลาที่ต้องการอาจไม่เคยถูกเก็บ หรือถูกเก็บไว้โดยไม่ได้ตรวจหา SARS‑CoV‑2 ทำให้เส้นทางนี้ยากต่อการพิสูจน์ย้อนหลัง
สัตว์สามารถรับเชื้อจากคนแล้วแพร่กลับได้จริงหรือไม่?
เส้นทางดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดทางทฤษฎี เพราะเคยมีหลักฐาน SARS‑CoV‑2 แพร่จากคนเข้าสู่มิงก์ในฟาร์ม วิวัฒน์ในประชากรมิงก์ และแพร่กลับสู่คน นอกจากนี้ยังมีรายงานสายวิวัฒนาการที่แตกต่างในกวางหางขาวพร้อมหลักฐานการแพร่กลับสู่มนุษย์
สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ว่าเส้นทาง
คน → สัตว์ → วิวัฒน์ → คน
สามารถเกิดขึ้นได้กับ SARS‑CoV‑2 แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าเหตุการณ์เดียวกันเกิดกับโอมิครอนและหนู
เหตุใดสมมติฐานที่ยังพิสูจน์ไม่ได้จึงมีคุณค่า?
ในวิทยาศาสตร์ สมมติฐานไม่ได้มีไว้ให้เชื่อทันที แต่มีไว้กำหนดว่าควรหาอะไรต่อ
สมมติฐานจากหนูนำไปสู่คำถามซึ่งมีประโยชน์ต่อสาธารณสุข เช่น
- ควรเก็บตัวอย่างหนูเมืองในพื้นที่ใด
- ควรติดตามเฉพาะเชื้อปัจจุบันหรือเก็บตัวอย่างไว้ศึกษาย้อนหลัง
- จะตรวจพบสัญญาณการปรับตัวต่อสัตว์ก่อนแพร่กลับสู่คนได้อย่างไร
- ควรเชื่อมข้อมูลคน น้ำเสีย หนู และสัตว์ชนิดอื่นอย่างไร
- การจัดการขยะและลดการสัมผัสระหว่างคนกับหนูช่วยลดโอกาสการข้ามชนิดได้เพียงใด
นี่คือเหตุผลที่ One Health ไม่ใช่เพียงคำสวยงาม แต่เป็นระบบเฝ้าระวังที่ต้องทำให้ข้อมูลสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมมองเห็นกันได้

การเฝ้าระวังหนูช่วยเตือนสายพันธุ์ใหม่ได้จริงไหม?
มีศักยภาพ แต่ต้องออกแบบอย่างเป็นระบบ
การพบไวรัสเพียงครั้งเดียวในหนูไม่เพียงพอสำหรับเตือนภัย ต้องมีการเก็บตัวอย่างซ้ำจากจุดเดิม ตรวจสารพันธุกรรมเต็มจีโนม เปรียบเทียบกับเชื้อในคน และติดตามว่ามีการแพร่ต่อในประชากรหนูหรือไม่
ระบบเฝ้าระวังที่มีประโยชน์อาจประกอบด้วย
- จุดเก็บตัวอย่างหนูในตลาด ท่อระบายน้ำและบริเวณขยะ
- การตรวจน้ำเสียควบคู่กัน
- การถอดรหัสจีโนมจากตัวอย่างบวก
- การบันทึกชนิดหนู อายุ เพศ พื้นที่และวันเก็บ
- การเชื่อมข้อมูลกับเชื้อที่พบในผู้ป่วย
- มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้เก็บตัวอย่าง
- การเก็บตัวอย่างระยะยาวสำหรับศึกษาย้อนหลัง
การเฝ้าระวังไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้กำจัดหนูอย่างไม่เลือกวิธี แต่ควรทำควบคู่กับ IPM ได้แก่ การลดอาหาร จัดการขยะ ปิดทางเข้า และลดจุดที่คนกับหนูสัมผัสกัน
สรุป: ทฤษฎีที่ยังไม่ชนะ แต่ยังไม่ควรถูกทิ้ง
Wei และคณะเสนอสมมติฐานว่า บรรพบุรุษของโอมิครอนอาจออกจากมนุษย์เข้าสู่หนูช่วงกลางปี 2020 สะสมการเปลี่ยนแปลงในสัตว์ แล้วกลับเข้าสู่คนก่อนถูกตรวจพบในปลายปี 2021
รูปแบบการกลายพันธุ์ การซ้อนทับกับตำแหน่งที่ช่วยปรับตัวต่อหนู และโครงสร้างการจับ mouse ACE2 ทำให้สมมติฐานนี้มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องแต่ง
แต่ยังไม่พบไวรัสบรรพบุรุษในหนู ไม่มีลำดับพันธุกรรมตัวกลาง และไม่มีหลักฐานของเหตุการณ์คนสู่หนูแล้วกลับสู่คนโดยตรง ขณะที่การวิวัฒน์ในผู้ติดเชื้อเรื้อรังยังถูกประเมินว่าเป็นคำอธิบายที่มีน้ำหนักมากกว่า
คำตอบที่ซื่อตรงที่สุดในวันนี้จึงไม่ใช่ “โอมิครอนมาจากหนู” หรือ “หนูไม่เกี่ยวแน่นอน” แต่คือ
หนูเป็นหนึ่งในเส้นทางที่เป็นไปได้ และหลักฐานมากพอให้ศึกษาต่อ—แต่ยังไม่มากพอให้ปิดคดี
FAQ : คำถามที่พบบ่อย
Q : มีการตรวจพบไวรัสบรรพบุรุษของโอมิครอนในหนูหรือไม่?
A : ยังไม่มี งานของ Wei อนุมานเส้นทางจากรูปแบบการกลายพันธุ์และการปรับตัวของโปรตีน ไม่ได้ตรวจพบไวรัสบรรพบุรุษในตัวอย่างหนูจริง
Q : งานวิจัยพิสูจน์ว่าโอมิครอนมาจากหนูบ้านหรือไม่?
A : ไม่พิสูจน์ งานวิจัยเสนอว่า mouse เป็นเจ้าบ้านที่มีความเป็นไปได้สูงตามแบบจำลอง แต่ไม่ทราบชนิด ประชากร สถานที่ หรือเหตุการณ์แพร่เชื้อจริง
Q : โอมิครอนสามารถติดหนูได้จริงหรือไม่?
A : งานโครงสร้างและงานทดลองหลายชิ้นแสดงว่าโอมิครอนสามารถใช้ ACE2 ของหนูและติดหนูทดลองได้ แต่ความสามารถในการติดหนูไม่ได้พิสูจน์ว่าไวรัสวิวัฒน์ขึ้นในหนู
Q : สมมติฐานใดมีน้ำหนักมากที่สุด?
A : บททบทวนวิชาการขนาดใหญ่ในปี 2023 ประเมินว่าการวิวัฒน์ในผู้ติดเชื้อเรื้อรังมีน้ำหนักมากกว่าแหล่งกักเก็บในสัตว์ แต่ยังไม่มีหลักฐานโดยตรงที่ปิดคำถามต้นกำเนิดของโอมิครอนได้ทั้งหมด
Q : หนูนอร์เวย์ในนิวยอร์กยืนยันสมมติฐานนี้หรือไม่?
ไม่ยืนยัน งานนิวยอร์กแสดงว่าหนูสามารถสัมผัส SARS‑CoV‑2 ได้จริง แต่เก็บตัวอย่างหลังโอมิครอนปรากฏ และไม่ได้พบสายพันธุ์บรรพบุรุษที่เชื่อมถึงโอมิครอน
Q : One Health เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร?
A : One Health เชื่อมการเฝ้าระวังเชื้อในคน สัตว์และสิ่งแวดล้อม เพื่อค้นหาการข้ามชนิด การปรับตัว และความเสี่ยงแพร่กลับก่อนกลายเป็นปัญหาใหญ่
สนใจสั่งซื้อหรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
บริษัท กรีน อะโกรซายน์ จำกัด
โทรศัพท์ : 02-374-7118-9, 02-377-9580, 02-377-2488, 02-375-1995
Hotline : 081-421-8517, 081-905-6566




