English
Chinese
Japanese

หนูนิวยอร์กติดโควิดจริงไหม? งานวิจัย SARS‑CoV‑2 ในหนู

หนูนิวยอร์กติด SARS‑CoV‑2 จริงไหม? เจาะงานวิจัย Wang ปี 2023

ใต้สวนสาธารณะและถนนที่มีผู้คนพลุกพล่านของนครนิวยอร์ก ยังมีอีกโลกหนึ่งซ่อนอยู่ในระบบท่อระบายน้ำ โลกที่หนูนอร์เวย์จำนวนมากใช้เป็นทางเดิน แหล่งอาหาร และที่หลบซ่อนโดยแทบไม่มีใครมองเห็น

ในปี 2023 งานวิจัยของ Wang และคณะสร้างความสนใจไปทั่วโลก เมื่อรายงานหลักฐานว่า หนูนอร์เวย์ป่าในนครนิวยอร์กเคยสัมผัสเชื้อ SARS‑CoV‑2 จริง และการทดลองในห้องปฏิบัติการยังพบว่าหนูสามารถติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อัลฟา เดลตา และโอมิครอนได้

แต่สองข้อความนี้มาจากการศึกษาคนละส่วน และไม่ควรถูกนำมารวมกันจนกลายเป็นข้อสรุปว่า หนูป่าในท่อนิวยอร์กทุกตัวติดเชื้อหลายสายพันธุ์ หรือกำลังแพร่เชื้อกลับมาสู่คน


คำตอบสั้น ๆ: หนูนิวยอร์กติดโควิดจริงหรือไม่?

ถ้าใช้ภาษาทั่วไป คำตอบคือ “พบหลักฐานว่าหนูบางตัวเคยติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโควิด‑19” แต่ในทางวิชาการควรเขียนว่า

งานวิจัยพบหลักฐานทางแอนติบอดีและสารพันธุกรรมว่า หนูนอร์เวย์ป่าบางตัวในนครนิวยอร์กเคยสัมผัสหรือติดเชื้อ SARS‑CoV‑2

คำว่า COVID‑19 เป็นชื่อโรคในมนุษย์ ส่วน SARS‑CoV‑2 เป็นชื่อไวรัส ดังนั้น การเขียนว่า “ตรวจพบ SARS‑CoV‑2 ในหนู” จึงแม่นยำกว่า “หนูเป็นโควิด”

งานวิจัยนี้ยังไม่ได้แสดงว่าหนูเหล่านั้นเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อในคน หรือมีการแพร่เชื้อจากหนูสู่ประชาชนในนครนิวยอร์ก


งานวิจัยของ Wang ปี 2023 ศึกษาอะไร?

ทีมนักวิจัยเก็บตัวอย่างจากหนูนอร์เวย์ Rattus norvegicus จำนวน 79 ตัวในนครนิวยอร์กช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2021 ตัวอย่างส่วนใหญ่มาจากบริเวณใกล้ระบบระบายน้ำเทศบาลและพื้นที่สาธารณะในบรูคลิน

นักวิจัยใช้การตรวจสองแนวทางสำคัญ ได้แก่

  • การตรวจแอนติบอดี เพื่อดูว่าระบบภูมิคุ้มกันของหนูเคยตอบสนองต่อเชื้อหรือไม่
  • การตรวจ qRT‑PCR เพื่อค้นหาสารพันธุกรรม RNA ของไวรัส

ผลการตรวจพบว่า

  • หนู 13 จาก 79 ตัว หรือ 16.5% ให้ผลบวกต่อ IgG หรือ IgM
  • หนู 4 ตัวให้ผลบวกด้วย qRT‑PCR
  • นักวิจัยกู้คืนจีโนม SARS‑CoV‑2 ได้เพียงบางส่วนจากตัวอย่าง PCR บวกทั้ง 4 ตัว

ผลดังกล่าวเป็นทั้งหลักฐานทางภูมิคุ้มกันและพันธุกรรมที่สนับสนุนว่า หนูป่าบางตัวในพื้นที่ศึกษาน่าจะเคยสัมผัสหรือติดเชื้อ SARS‑CoV‑2 งานวิจัยต้นฉบับในวารสาร mBio

อย่างไรก็ตาม ตัวอย่าง 79 ตัวไม่ได้เป็นการสุ่มแทนหนูทั้งนครนิวยอร์ก จึงไม่ควรนำตัวเลข 16.5% ไปคูณกับจำนวนหนูโดยประมาณของทั้งเมือง แล้วสรุปว่ามีหนูติดเชื้อกี่ล้านตัว


หนูป่านิวยอร์กติดอัลฟา เดลตา และโอมิครอนทั้งหมดหรือไม่?

งานวิจัยไม่ได้แสดงเช่นนั้น

ส่วนที่กล่าวถึงอัลฟา เดลตา และโอมิครอนเป็นการทดลองอีกส่วนหนึ่ง นักวิจัยนำหนูทดลองชนิด Sprague Dawley มาให้เชื้อแต่ละสายพันธุ์ภายใต้สภาวะควบคุม เพื่อประเมินว่าหนูมีความไวต่อเชื้อหรือไม่

ผลพบว่าไวรัสทั้งสามสายพันธุ์สามารถเพิ่มจำนวนในระบบทางเดินหายใจของหนูทดลองได้ แต่มีความแตกต่างด้านประสิทธิภาพการติดเชื้อ โดยในการศึกษานี้สายพันธุ์เดลตาแสดงความสามารถในการติดเชื้อเด่นกว่าสายพันธุ์อื่น

หนูทดลองไม่แสดงอาการทางคลินิกหรือมีน้ำหนักลดอย่างชัดเจน แม้จะตรวจพบการเพิ่มจำนวนของไวรัสและการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน

ดังนั้น ข้อสรุปที่ถูกต้องคือ

งานภาคสนามงานทดลอง
พบหลักฐานว่าหนูป่าในนิวยอร์กบางตัวเคยสัมผัส SARS‑CoV‑2      : พบว่าหนูทดลองติดอัลฟา เดลตาและโอมิครอนได้
กู้ได้เฉพาะจีโนมไวรัสบางส่วน      : ทราบสายพันธุ์เพราะนักวิจัยเป็นผู้กำหนดเชื้อ
ยังระบุสายพันธุ์ในหนูป่าไม่ได้แน่นอน      : ไม่ได้แปลว่าสามสายพันธุ์กำลังระบาดในหนูป่านิวยอร์ก

ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะหากนำผลสองส่วนมารวมกัน จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่าพบอัลฟา เดลตา และโอมิครอนอยู่ในหนูป่าที่จับมาโดยตรง

เชื้อเข้าสู่ประชากรหนูได้อย่างไร?

งานวิจัยไม่ได้ระบุเหตุการณ์การแพร่เชื้อครั้งแรกได้โดยตรง แต่เสนอว่าหนูเมืองมีโอกาสสัมผัสไวรัสจากสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์ปนเปื้อน เช่น ระบบระบายน้ำ ขยะ อาหารเหลือทิ้ง หรือพื้นที่ซึ่งมนุษย์และหนูใช้ร่วมกัน

การแพร่เชื้อจากมนุษย์ไปยังสัตว์เรียกว่า reverse zoonosis หรือการแพร่ย้อนจากคนสู่สัตว์

หากไวรัสสามารถหมุนเวียนอยู่ในสัตว์ ปรับตัว และในอนาคตแพร่กลับมาสู่มนุษย์อีกครั้ง เหตุการณ์หลังนี้จึงเรียกว่า spillback หรือการแพร่กลับจากสัตว์สู่คน

งานของ Wang แสดงหลักฐานที่สอดคล้องกับการแพร่จากคนหรือสิ่งแวดล้อมมนุษย์เข้าสู่หนู แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่ามี spillback จากหนูนิวยอร์กสู่คนเกิดขึ้นแล้ว


หนูอาจกลายเป็นแหล่งกักเก็บเชื้อระยะยาวหรือไม่?

เป็นคำถามที่ควรเฝ้าระวัง แต่ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

สัตว์จะถูกเรียกว่าแหล่งรังโรคหรือแหล่งกักเก็บเชื้อได้ ก็ต่อเมื่อเชื้อสามารถดำรงอยู่และแพร่ต่อกันภายในประชากรสัตว์นั้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องรับเชื้อใหม่จากมนุษย์อยู่เสมอ

งานวิจัยปี 2023 แสดงว่า

  • หนูป่าบางตัวเคยสัมผัสเชื้อ
  • หนูทดลองสามารถติดเชื้อหลายสายพันธุ์
  • มีความเป็นไปได้ทางชีววิทยาที่ควรติดตามต่อ

แต่ยังไม่ได้แสดงห่วงโซ่การแพร่ต่อเนื่องจากหนูสู่หนูในธรรมชาติ ไม่ได้แสดงว่าเชื้อดำรงอยู่ระยะยาวในประชากรหนูนิวยอร์ก และไม่ได้พบไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่วิวัฒนาการอยู่ในหนูแล้วกลับมาติดคน

การใช้คำว่า “หนูอาจกลายเป็นแหล่งกักเก็บเชื้อ” จึงควรนำเสนอในฐานะความเสี่ยงที่ต้องศึกษา ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนแล้ว

คนทั่วไปเสี่ยงติด SARS‑CoV‑2 จากหนูหรือไม่?

จากงานวิจัยนี้เพียงงานเดียว ยังไม่มีหลักฐานว่าประชาชนติด SARS‑CoV‑2 จากหนูในนครนิวยอร์ก

ความเสี่ยงโควิด‑19 ที่สำคัญสำหรับคนทั่วไปยังคงเป็นการแพร่เชื้อระหว่างคน โดยเฉพาะในพื้นที่ปิด อากาศถ่ายเทไม่ดี และมีผู้ติดเชื้ออยู่ร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ทำงานสัมผัสหนูป่า สิ่งขับถ่าย น้ำเสีย หรือระบบท่อโดยตรง เช่น

  • เจ้าหน้าที่ควบคุมสัตว์รบกวน
  • พนักงานระบบระบายน้ำ
  • เจ้าหน้าที่เก็บขยะ
  • นักวิจัยสัตว์ป่า
  • ผู้ดูแลอาคารและพื้นที่ใต้ดิน

ควรใช้มาตรการความปลอดภัยตามการประเมินความเสี่ยง เพราะหนูและน้ำเสียไม่ได้เกี่ยวข้องกับ SARS‑CoV‑2 เพียงชนิดเดียว แต่อาจมีเชื้อโรคและอันตรายทางชีวภาพประเภทอื่นร่วมด้วย


ทำไมการเฝ้าระวังหนูในเมืองจึงสำคัญ?

หนูเมืองอาศัยอยู่ตรงรอยต่อระหว่างมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม มันกินอาหารที่มนุษย์ทิ้ง ใช้ท่อระบายน้ำเป็นเส้นทาง และเข้าไปในอาคาร ตลาด ร้านอาหาร รวมถึงโกดังสินค้า

การติดตามสุขภาพของประชากรหนูจึงช่วยตอบคำถามได้หลายด้าน เช่น

  • มีเชื้อจากมนุษย์แพร่เข้าสู่สัตว์หรือไม่
  • เชื้อสามารถหมุนเวียนระหว่างหนูด้วยกันหรือไม่
  • มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมเกิดขึ้นหรือไม่
  • พื้นที่ใดมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสระหว่างคนกับหนูสูง
  • มาตรการจัดการขยะและควบคุมหนูช่วยลดความเสี่ยงได้หรือไม่

นี่คือแนวคิด One Health ซึ่งมองว่าสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ และสภาพแวดล้อมเชื่อมโยงกัน ไม่สามารถแยกบริหารจัดการอย่างเด็ดขาดได้

องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังสุขภาพสัตว์และสิ่งแวดล้อมในฐานะองค์ประกอบหนึ่งของระบบเตือนภัยโรคอุบัติใหม่ WHO: Wildlife Health Surveillance

เฝ้าระวังหนูต่างจากตรวจเชื้อในน้ำเสียอย่างไร?

การตรวจน้ำเสียและการตรวจหนูให้ข้อมูลคนละประเภท

การเฝ้าระวังน้ำเสีย

ช่วยติดตามแนวโน้มการติดเชื้อในประชากรมนุษย์ผ่านสารพันธุกรรมซึ่งถูกขับออกสู่ระบบน้ำเสีย โดยไม่จำเป็นต้องตรวจประชาชนทุกคน

การเฝ้าระวังหนู

ช่วยตรวจว่าเชื้อได้ข้ามจากมนุษย์เข้าสู่สัตว์หรือไม่ สัตว์มีภูมิคุ้มกันหรือมีเชื้ออยู่ในร่างกายหรือไม่ และมีสัญญาณของการปรับตัวในสัตว์หรือไม่

ระบบที่มีประสิทธิภาพจึงอาจผสานข้อมูลจากคน น้ำเสีย สัตว์ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน โดยไม่ใช้ผลจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งตัดสินสถานการณ์ทั้งหมด

WHO ระบุว่าการเฝ้าระวังน้ำเสียควรเป็นส่วนหนึ่งของระบบเฝ้าระวังหลายรูปแบบ และควรใช้ร่วมกับข้อมูลทางคลินิก สิ่งแวดล้อม และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง WHO Wastewater Surveillance

เมืองควรตอบสนองด้วยการกำจัดหนูทั้งหมดหรือไม่?

การพบหลักฐานเชื้อไม่ได้หมายความว่าควรใช้สารกำจัดหนูอย่างกว้างขวางโดยไม่มีแผน เพราะอาจกระทบสัตว์ชนิดอื่น เพิ่มซากในพื้นที่เข้าถึงยาก และไม่แก้แหล่งอาหารที่ทำให้ประชากรหนูกลับมาอีก

แนวทางที่ยั่งยืนควรใช้การจัดการหนูแบบผสมผสาน หรือ IPM ได้แก่

  1. สำรวจและบันทึกพื้นที่กิจกรรมของหนู
  2. ลดอาหาร น้ำ และที่กำบัง
  3. ปิดช่องทางเข้าสู่อาคาร
  4. ปรับปรุงระบบจัดเก็บขยะ
  5. ซ่อมแซมท่อและโครงสร้างที่ชำรุด
  6. ใช้กับดักหรือวิธีควบคุมที่เหมาะกับพื้นที่
  7. ตรวจติดตามผลและเฝ้าระวังเชื้อในจุดเสี่ยง
  8. เชื่อมข้อมูลระหว่างสาธารณสุข สัตวแพทย์ สิ่งแวดล้อมและงานควบคุมสัตว์รบกวน

เป้าหมายไม่ใช่เพียงลดจำนวนหนูในระยะสั้น แต่ลดโอกาสที่หนู มนุษย์ และสิ่งปนเปื้อนจะสัมผัสกันซ้ำอย่างต่อเนื่อง

สรุป: งานวิจัยบอกอะไร—และยังไม่ได้บอกอะไร

งานของ Wang และคณะในปี 2023 ให้หลักฐานสำคัญว่า หนูนอร์เวย์ป่าบางตัวในนครนิวยอร์กเคยสัมผัส SARS‑CoV‑2 โดยพบแอนติบอดีใน 13 จาก 79 ตัว และตรวจพบ RNA ของไวรัสใน 4 ตัว

งานทดลองอีกส่วนหนึ่งพบว่า หนูทดลองสามารถติดเชื้ออัลฟา เดลตา และโอมิครอนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพบทั้งสามสายพันธุ์กำลังระบาดในหนูป่านิวยอร์ก

งานวิจัยยังไม่พบการแพร่เชื้อจากหนูสู่คน และยังไม่พิสูจน์ว่าหนูนิวยอร์กเป็นแหล่งกักเก็บ SARS‑CoV‑2 ระยะยาว

คุณค่าที่แท้จริงของการศึกษานี้จึงไม่ใช่การทำให้คนกลัวหนูมากขึ้น แต่เป็นการเตือนว่า โรคระบาดไม่ได้หยุดอยู่ที่เส้นแบ่งระหว่างคนกับสัตว์ การเฝ้าระวังเมืองในอนาคตต้องมองทั้งสิ่งที่เกิดบนถนนและสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ใต้เมืองไปพร้อมกัน

FAQ : คำถามที่พบบ่อย

Q : หนูนิวยอร์กเป็นโควิดจริงหรือไม่?

A : งานวิจัยพบหลักฐานว่าหนูนอร์เวย์ป่าบางตัวเคยสัมผัสหรือติด SARS‑CoV‑2 แต่คำที่แม่นยำกว่าคือ “ตรวจพบหลักฐาน SARS‑CoV‑2 ในหนู” เพราะ COVID‑19 เป็นชื่อโรคในมนุษย์

Q : พบเชื้อในหนูกี่ตัว?

A : จากหนู 79 ตัว มี 13 ตัวให้ผลบวกต่อแอนติบอดี IgG หรือ IgM และ 4 ตัวให้ผลบวกด้วย qRT‑PCR

Q : หนูป่าติดอัลฟา เดลตา และโอมิครอนพร้อมกันหรือไม่?

A : งานวิจัยไม่ได้พบเช่นนั้น การติดเชื้อสามสายพันธุ์เป็นผลจากการทดลองแยกในหนูทดลอง ส่วนตัวอย่างจากหนูป่ากู้ได้เพียงจีโนมบางส่วน จึงระบุสายพันธุ์ไม่ได้แน่นอน

Q : หนูสามารถแพร่ SARS‑CoV‑2 กลับสู่คนได้หรือไม่?

A : เป็นความเป็นไปได้ที่นักวิจัยต้องการเฝ้าระวัง แต่การศึกษานี้ยังไม่พบหรือพิสูจน์การแพร่เชื้อจากหนูนิวยอร์กสู่คน

Q : ตัวเลข 16.5% หมายถึงหนูทั้งเมืองติดเชื้อในอัตรานี้หรือไม่?

A : ไม่ควรสรุปเช่นนั้น เพราะหนู 79 ตัวมาจากจุดเก็บตัวอย่างเฉพาะและไม่ได้เป็นการสุ่มตัวอย่างซึ่งใช้แทนประชากรหนูทั้งนครนิวยอร์ก

Q : การควบคุมหนูช่วยป้องกันโรคอุบัติใหม่ได้อย่างไร?

A : การลดอาหาร ที่กำบัง เส้นทางเข้า และการสัมผัสระหว่างคนกับหนูช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อหลายชนิด ขณะเดียวกันการเก็บตัวอย่างหนูยังใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบเฝ้าระวังแบบ One Health ได้

สนใจสั่งซื้อหรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

บริษัท กรีน อะโกรซายน์ จำกัด

Web: www.greenbestproduct.com
โทรศัพท์ : 02-374-7118-9, 02-377-9580, 02-377-2488, 02-375-1995
Hotline : 081-421-8517, 081-905-6566

      
Visitors: 624,910